“เอาเถอะ ข้าบอกสิ่งที่ต้องบอกไปหมดแล้วตามใจท่านเถอะ”
เด็กหนุ่มวัยรุ่นจอมทะเล้นกับชายสุขุมผู้สงวนวาจาจึงเดินร่วมทางกันไปเช่นนั้น
…
ภายในเมืองหลวงที่เริ่มย่างเข้าเดือนห้า แม้อากาศเริ่มร้อนขึ้น แต่อุณหภูมิก็ไม่ได้สูงอย่างช่วงเดือนหกเดือนเจ็ด จึงเหมาะแก่การจัดงานเลี้ยงในรูปแบบต่างๆ ยิ่งนัก
เหล่าสตรีชั้นสูงในจวนเริ่มสังเกตได้ว่า หมู่นี้ฮูหยินของฉังซิงโหวซื่อจื่อไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงหลายครั้งแล้ว
แต่นี่ก็มิใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงถึงขั้นทำร้ายท่านย่าตัวเอง ใครทำเรื่องเช่นนี้ก็คงไม่มีหน้ากลับไปเป็นแน่
แต่ละวันของเจียงเชี่ยนผ่านไปอย่างลำเค็ญเกินกว่าใครจะจินตนาการได้
ภายในห้องนอนของฮูหยินฉังซิงโหวซื่อจื่ออบอวลไปด้วยบรรยากาศชวนเสียขวัญ
เฉาซิงอวี้ ซื่อจื่อแห่งจวนฉังซิงโหวที่สวมเสื้อคลุมและผูกสายรัดเอวแล้ว ใช้เท้าข้างหนึ่งของเขาเหยียบไปบนหน้าอกของเจียงเชี่ยน พลางถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “เรื่องที่ข้าสั่งให้เจ้าทำเมื่อไหร่จะทำสำเร็จเสียที”
เจียงเชี่ยนที่เรือนร่างไร้อาภรณ์ปกปิด สั่นสะท้านไปทั่วทุกรูขุมขน กัดริมฝีปากพลางเอ่ยว่า “ข้า…ข้ายังไม่ควรกลับจวนของท่านพ่อในยามนี้…”
ท่านย่าเป็นคนเช่นไร นางเองรู้อยู่แก่ใจ ผู้คนในบ้านไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของนางเพียงแต่เฝั้าดูความเป็นไปของนางเท่านั้น หากนางกลับไปแล้วถูกขับออกจากบ้านเกิดตัวเอง ก็คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเมื่อถึงเวล