คำพูดของเจียงจั้นทำให้เฝิงเหล่าฮูหยินถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ในตอนนี้มีหลิวเซียนกูอยู่นางเลยจำเป็นต้องอดกลั้นความรู้สึกนั้นเอาไว้แล้วมองค้อนไปที่เจียงอันเฉิง
เจียงอันเฉิงได้แต่เอามือลูบจมูก
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา เขาไม่รู้จักเจ้าเด็กเวรนี่
“เซียนกู เชิญท่านเริ่มพิธีเถิด” เฝิงเหล่าฮูหยินพูดเสียงหนักแน่น
หลิวเซียนกูพยักหน้า สายตามองไปยังน้ำบอกเวลาพลางเริ่มหลับตาเดินวนรอบโต๊ะพิธี
ทุกคนต่างรวบรวมสมาธิพร้อมกับจิตตั้งมั่น บัดนี้มีเพียงเสียงคำพูดที่ฟังไม่ได้ศัพท์และเสียงใบไม้ของต้นเซียงชุนที่ถูกลมพัดเท่านั้น
หลิวเซียนกูที่เดินวนรอบโต๊ะพิธีครั้งแล้วครั้งเล่า
วันนี้นางสวมชุดจีนทรงใหญ่ ปลายชุดสะบัดปลิวตามจังหวะที่ย่างก้าว เจียงซื่อที่มองจังหวะเดินอันแสนยุ่งเหยิงของคนตรงหน้าก็พบว่าท่วงท่านั่นทำให้คนที่เห็นต่างกลับแสดงความเคร่งขรึมจริงจังออกมาได้ในขณะนั้นเจียงจั้นแอบดึงเจียงซื่อเบาๆ “เซียนกูผู้นี้เดินวนจนข้าเวียนหัวไปหมดแล้ว น้องสี่เจ้ายังสบายดีอยู่หรือไม่”
เนื่องจากมีน้องๆ ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยกันเจียงจั้นจึงยอมสงบเงียบไป มีเพียงเจียงชังที่คอยสอดส่องมองดูคนอื่นๆ โดยรอบ
“ข้าสบายดี” เจียงซื่อยิ้มแสยะ ในใจกลับอยากจะลองต่อยพี่ชายดูสักหมัดเสียจริง
ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังตึ้น ตามด้วยเสียงกระดิ่งแหลม ทำให้เกิดเป็นจุดสนใจของทุกคนเจียงซื่อเหยียบเท้าเจียงจั้นพลางพูดด้วยความไม่พอใจ “พี่รอง อยู่