เงียบๆ ไม่เป็นหรือไง”
“เขาห้ามพูดด้วยหรือนี่” เจียงจั้นกระซิบพูด
“เพราะว่าเด็กหนุ่มนิ่งเงียบสุขุมมักจะเป็นที่รักมากกว่าเสมอ”
อะแฮ่ม เจียงจั้นทำท่ากระแอมไอออกมา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “น้องสี่ช่างไม่รู้อะไรแท้จริงแล้วข้าเป็นคนพูดน้อยจะตายไป”
“นี่…” จู่ๆ ก็มีเสียงอุทานหนึ่งดังขึ้น
เจียงซื่อเลิกสนใจเขา แล้วหันไปมองหลิวเซียนกูที่กำลังทำพิธีต่อ
บนกระถางธูปที่ไม่รู้ว่าปักธูปไปตอนไหน ตามด้วยเสียงกระดิ่งดังตามมาติดๆ แต่แล้วควันสีขาวบนธูปที่ถูกจุด จู่ๆ ก็พลันเปลี่ยนสีดำ
ควันสีขาวอยู่ดีๆ เหตุใดถึงเปลี่ยนเป็นสีดำไปได้
ในมือหลิวเซียนกูสั่นกระดิ่งเร็วขึ้น เสียงกระดิ่งที่ถูกเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นนั้นตามควันธูปที่
แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนต่างตกใจกลัวขึ้นมาขณะนี้ เสียงกระดิ่งได้หยุดลงแล้ว
ใจของทุกคนราวกับร่วงหล่นไปอยู่ที่พื้น
“ดูนั่น…” เจียงเชี่ยนชี้นิ้วไปยังด้านหน้าแล้วนิ่งค้างไป
ควันดำบนธูปยาวที่ถูกจุดนั้นราวกับมีชีวิต พวกมันรวมกันเป็นกลุ่มก้อนพลางลอยไปยังทิศทางหนึ่ง
ทิศทางนั้น เป็นทิศทางที่เจียงซื่อยืนอยู่
จู่ๆ ก็มีเงาดำลอยอยู่เหนือหัวพวกเด็กๆ ที่ยืนอยู่บริเวณนั้น
ใครๆ ต่างก็รู้ว่าควันดำที่ลอยไปทางพวกเขานั้นต้องไม่ใช่ลางดีแน่
เจียงซื่อพยักหน้าเล็กน้อย
ต้องบอกว่าหลิวเซียนกูผู้นี้มีลูกเล่นมากมายเสียจริง
หลิวเซียนกูใช้มือลูบกระดิ่ง พลางมองไปยังเฝิงเหล่าฮูหยิน
และเฝิงเหล่าฮูห