นค้าจากต่างเมืองกับฝูปัวแล้ว ส่วนเจียงจั้นและคนรุ่นหลานที่เรียนอยู่กันคนละสถาบัน ครั้นได้รับข่าวคราวต่างทยอยกันกลับจวน
ขณะที่รอเจียงอันเฉิงกับนายท่านสามเจียงมายังเรือนฉือซิน ภายในได้จัดวางโต๊ะเซ่นไหว้ไว้แล้วบนโต๊ะได้วางกระถางธูปกับน้ำชา
“นี่เอาไว้ทำอะไรกัน” เจียงอันเฉิงเห็นฉากเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วเกิดข้อสงสัย
“ทำพิธี” เฝิงเหล่าฮูหยินหลับตานิ่ง “เซียนกูบอกว่าที่ตาซ้ายข้าจู่ๆ ก็มองไม่เห็นไม่ใช่เป็นเพราะโรคแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะถูกสิ่งชั่วร้ายเล่นงาน เพียงแค่ขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป ตาข้าก็จะดีขึ้น”
“ท่านแม่ เหตุใดท่านถึงเชื่อเรื่องพวกนี้…”
เฝิงเหล่าฮูหยินแสดงสีหน้าโกรธเล็กน้อย “ถ้าเช่นนั้น เจ้าสามารถเชิญหมอที่จะสามารถรักษาตาข้าให้หายได้ไหมเล่า”
เซียนกูที่สะใภ้รองได้เชิญมาผู้นี้ เดิมทีนางก็เชื่อเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อได้ฟังคำพูดของเซียนกูแล้วช่างเหมือนกับในนิมิตฝันของนางไม่มีผิด จึงอดไม่ได้ที่จะเชื่อ
ทว่าในใจเฝิงเหล่าฮูหยินตกลงปลงใจที่จะเชื่อเช่นนั้นไปแล้ว เพราะหากใช้วิธีนี้อาจบางทีดวงตาของนางอาจจะพอมีความหวังกลับมาหายดี
เจียงอันเฉิงที่ถูกถามจนพูดไม่ออก พอได้สติเขาจึงตอบกลับ “เพียงท่านแม่มีความสุขก็เพียงพอแล้ว”
รีบให้เซียนกูทำพิธีเถอะ ละครตลกนี้จะได้รีบจบเสียที
ขณะนั้นหลิวเซียนกูก็ได้เอ่ยปากขึ้น “ท่านเหล่าฮูหยิน เจ้านายในจวนต่างมากันครบแล้วใช่หรือไม่”เฝิงเหล่าฮูหยินมองไปทางอา