แต่เมื่อหลิวเซียนกูเดินไปถึงปากประตู ก็ถูกอาหมานรั้งเอาไว้
“แม่นางหมายความว่าอย่างไร” หลิวเซียนกูหันหลังกลับไปมองดูเจียงซื่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อได้ยินเจียงซื่อกล่าวถึงจวนตงผิงปัว หลิวเซียนกูจึงคาดเดาถึงความตื้นลึกหนาบางได้เล็กน้อย
อีกฝั่ายมีส่วนเกี่ยวข้องกับจวนตงผิงปัว เช่นนั้นชนชั้นของนางก็คงจะไม่แตกต่างจากจวนตงผิงปัวเท่าไหร่นัก
แม้ว่านางจะอาศัยอยู่ในย่านคนจน แต่หลายปีมานี้ได้สั่งสมคบหาชนชั้นสูงมาไม่น้อย นับว่ามีชื่อเสียงอยู่พอควร ต่อให้แม่นางตรงหน้านี้เป็นสตรีชั้นสูง แต่หากจะกำนางให้อยู่หมัดคงจะอ่อนหัดไปเล็กน้อย
ใบหน้าของเจียงซื่อยังคงรอยยิ้มจางๆ เอาไว้“เซียนกูอุตส่าห์เดินทางมาถึงที่นี่ จะไม่ดื่มชาอีกสักแก้วหรือ”
“ชาที่นี่ข้าดื่มไม่คุ้นลิ้นนัก” น้ำเสียงของหลิวเซียนกูยังคงนิ่งเรียบ
เจียงซื่อเก็บรอยยิ้ม ดวงตาอันลึกล้ำมองไปทางหลิวเซียนกูแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นหมายความว่าจะช่วยเอ้อร์ไท่ไท่แห่งจวนตงผิงปัวทำเรื่องเลวร้ายนั้นให้ได้หรือ”
“แม่นางเป็นใครกันแน่ เหตุใดจู่ๆ จึงมาเอ่ยกับข้าถึงเรื่องเหล่านี้”
“ข้าน่ะหรือ ข้าคือคุณหนูสี่แห่งจวนตงผิงปัวเอ้อร์ไท่ไท่คืออาสะใภ้ของข้าเอง และคนที่นางร้องขอให้เซียนกูช่วยจัดการนั้นคือพี่ชายแท้ๆของข้า” เจียงซื่อไม่ได้ปิดบังตัวตนของนางแต่อย่างใด
เมื่อนางกล่าวจบ ดวงตาอันเต็มไปด้วยความประหลาดใจของหลิวเซียนกูก็เปลี่ยนเป็นความตกตะลึงคุณหนูสี่แห่งจวนต