งผิงปัวมีความผิดปกติทางสมองหรือไร จู่ๆ ก็มากล่าวเรื่องเหล่านี้กับนางอย่างไม่มีปีไม่มีขลุ่ย
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ล่วงเกินนาง จากชื่อเสียงของนางในตอนนี้หากนางเอ่ยใส่ร้ายคุณหนูสี่แห่งจวนตงผิงปัวออกไป ก็อาจทำให้คุณหนูต้องตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก หรือหากว่านางเพิกเฉยไม่แยแส จากนั้นนำเรื่องนี้ไปบอกเล่าสู่เอ้อร์ไท่ไท่แห่งจวนตงผิงปัว ชีวิตของคุณหนูน้อยผู้นี้ในภายภาคหน้าก็คงจะย่ำแย่
“แม่นางไปได้ยินข่าวลือนี้มาจากที่ใด แม้ว่าข้าจะไม่ใช่นักบวชเต๋าผู้มีคุณธรรมสูงส่งเช่นนั้น แต่ก็สามารถขจัดความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านได้ไม่น้อย การที่แม่นางกล่าวหาข้าเช่นนี้ข้าไม่อาจรับได้จริงๆ” หลิวเซียนกูมองไปทางเจียงซื่อด้วยสายตาเย้ยหยัน
แม่นางที่จิตใจอ่อนแอ ไม่ว่าพบเจอเรื่องใดมาก็ต้องร้องเอะอะโวยวายออกมา หาได้มีความอดทนแม้แต่น้อยเช่นนี้ นางพบเจอมามากแล้ว
“แม่นางเองก็รีบกลับไปเสียเถิด ไม่เช่นนั้นคนในจวนอาจเป็นห่วงเอาได้” หลิวเซียนกูเดินหลีกอาหมาน แล้วยื่นมือไปที่ประตู
อาหมานเข้ามาขวางเอาไว้ ตอบกลับเสียงใสว่า“คุณหนูของเรายังไม่ได้อนุญาตให้เซียนกูไป”หลิวเซียนกูหันกลับมาอย่างช้าๆ น้ำเสียงของนางดังก้องกังวานว่า “แม่นางจะบังคับให้ข้าอยู่ให้ได้อย่างนั้นหรือ”
เสียงของลูกศิษย์ที่อยู่ด้านนอกประตูเอ่ยถามเข้าไปว่า “เซียนกู ท่านเป็นอะไรหรือไม่”
ในขณะที่เซียนกูกำลังจะตอบกลับไป เจียงซื่อก็ได้กล่าวขึ้นว่า “ข้าว่า