อย่างเร่งรีบ
“เซียนกูเจ้าคะ” ลูกศิษย์ที่หน้าประตูร้องเรียกขึ้นอีกครั้ง“ข้าไม่เป็นไร” หลิวเซียนกูได้สติกลับคืนมาแล้วจ้องไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าต่าง
ท่าทางการนั่งของหญิงสาวช่างมีสง่า แสงจากหน้าต่างสาดส่องเข้ามายังร่างของนาง ราวกับนางนั้นออกมาจากภาพวาดที่อ่อนโยนและสงบ
แต่ความเงียบสงบเช่นนี้กลับทำให้หลิวเซียนกูเกิดความหวาดกลัว
เรื่องในตระกูลเหยียนนั้นเกิดขึ้นมาได้สิบกว่าปีแล้ว อีกทั้งยังเป็นที่ชานเมืองหลวง มองดูแม่นางผู้อยู่ตรงหน้าอายุเพียงไม่เท่าไร นางไม่น่าจะรู้เรื่องความลับที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้หลิวเซียนกูยกมือขึ้นลูบผมยาวสลวยของนางก่อนจะพยายามบังคับตนเองให้สงบนิ่ง “เศรษฐีเหยียนหรือเศรษฐีหวางอะไรกัน หลายปีมานี้ข้าเดินทางไปช่วยปัดเปั่าให้แก่ผู้คนมากมาย ข้าจำไม่ได้หรอก”
เจียงซื่อจ้องไปยังหลิวเซียนกูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ว่า “ท่านเซียนกูล้อข้าเล่นหรืออย่างไร บ้านอื่นนั้นท่านอาจจะลืมไปได้ แต่บ้านของภรรยาบุตรชายท่าน ท่านจะจำไม่ได้เชียวหรือ”
หลิวเซียนกูเบิกตากว้าง นางมองไปทางเจียงซื่อด้วยสายตาตื่นตระหนก
อาหมานที่ยืนเฝั้าประตูอยู่นั้นก็มองไปด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“อาหมาน เจ้าออกไปรอด้านนอก และบอกให้แม่นางน้อยด้านนอกประตูวางใจได้”
ในใจของอาหมานเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เมื่อได้รับคำสั่งจากเจียงซื่อจึงได้เดินออกไปอย่างเงียบๆ ภายในห้องเหลือเจียงซื่อและหลิวเซียนกูเพี