อกที่แท้ก็แค่คนขี้ขลาด ไม่รู้ว่าคุณหนูจะเอาคนแบบนี้มาทำอะไร
แววตาอาหมานเต็มไปด้วยความดูแคลน เสียงแหลมดั่งยุง “หากเจ้าไม่อยากเจ็บจนตาย ตอนเที่ยงวันของอีกสามวันให้เอาปินทองนี้ไปยังห้องแยกที่สองบนชั้นสองของโรงน้ำชาอู่ฝู
รอจนอาหมานเลี้ยวเข้าตรอกซอยข้างหน้า ชายหนุ่มถึงรู้สึกว่าตนเพิ่งตื่นจากความฝัน
“อาเฟย เจ้ายืนโง่ทำอะไร” คนที่รวมตัวอยู่ด้วยกันทุกวันเดินเข้ามาหา
“ไม่มีอะไร…” ชายหนุ่มรีบปัดแขนของผู้ที่มาตบไหล่ทิ้ง แล้วรีบวิ่งจากไป
ไม่ว่าหนุ่มแปลกผู้นั้นจะพูดจริงหรือไม่ก็ตาม ห้ามให้ใครเห็นปินทองนี้เป็นอันขาด!
“อาเฟยเจ้าบ้าไปแล้วหรือ” คนที่ถูกผลักออกด่าทอพึมพำ
“พวกเจ้าดู!” หนึ่งในนั้นชี้ไปที่พื้นด้วยน้ำเสียงตกใจ
หลายคนก้มศีรษะมองพื้น มองเห็นคราบเลือดหยดเต็มพื้น สีหน้าเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว“อาเฟยเกิดเรื่องแล้วกระมัง”
“รู้อยู่แล้วว่าอาเฟยเป็นคนเลือดร้อนต้องเกิดเรื่องขึ้นสักวัน แยกย้าย แยกย้าย”
ผู้คนเดินกลับไปยังเชิงกำแพง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
อาหมานเดินเข้าไปในตรอกหมากู แล้วหยุดอยู่ตรงเรือนที่แขวนโคมกระต่ายหยกไว้
ตัวเรือนมีอายุที่ยาวนาน ถึงแม้มองดูแล้วจะยังคงสภาพสมบูรณ์ แต่ประตูไม้กลับมีรอยลึกที่บ่งบอกถึงอายุของมันอาหมานตะโกนเรียกที่หน้าประตู ชั่วครู่ก็มีเด็กผู้หญิงเปิดประตูออก
“ข้ามาพบเซียนกู”
เด็กผู้หญิงคุ้นชินกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี เปิดประตูแล้วเอ่ยว่า “เข้ามาเถิด”
อาหมานเดิน