ียงซื่อเจียงซื่อทราบถึงข้อได้เปรียบของใบหน้าตนแม้ว่าจะอยู่ที่บ้าน แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนล้วนแต่งหน้าแต่งตัวอย่างประณีต
นางเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อใดกัน
เจียงเชี่ยนพลันนึกขึ้นมาได้ สองวันก่อนตอนที่กลับบ้านการแต่งกายของเจียงซื่อก็ไม่ประณีตมากนัก เพียงแต่ตอนนั้นนางถูกเจียงซื่อกวนโมโหอย่างไร้สาเหตุเดือดดาลไม่น้อย จึงไม่ทันสังเกตุจุดนี้
เจียงเชี่ยนมิใช่คนโง่ แม้จะไร้หลักฐาน แต่มั่นใจได้ว่าท่าทีของเฝิงเหล่าฮูหยินที่เปลี่ยนไปอย่างแปลกประหลาดนี้น่าจะเกี่ยวกับเจียงซื่อ“เชี่ยนเอ๋อร์ ในเมื่อเป็นภรรยาที่ออกเรือนแล้วก็อย่าได้กลับบ้านบ่อยนัก จะได้ไม่ถูกจวนโหวตำหนิได้” เฝิงเหล่าฮูหยินนวดขมับซ้ายเบาๆพลางเอ่ยขึ้น
เจียงเชี่ยนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “หลานทราบแล้วเจ้าค่ะ แต่เมื่อวันก่อนมาเห็นท่านย่าสีหน้าไม่ค่อยดีนัก จึงไม่วางใจ เลยกลับมาเยี่ยม”
เจียงซื่อแอบยกยิ้มมุมปากเงียบๆ เพื่อจะได้ดูกตัญูเจียงเชี่ยนจึงมิได้เอ่ยถึงจดหมายของนางอย่างที่คาดคิดไว้ แต่เอ่ยให้ตัวเองดูเป็นคนห่วงใยใส่ใจแทน
“เด็กอย่างเจ้านี่ช่างมีน้ำใจเสียจริง ย่าอายุปูนนี้แล้ว จะมีไม่มีสีหน้าอันใดได้อีก ย่าเป็นคนที่ร่างครึ่งหนึ่งฝังดินไปแล้วล่ะ” คำพูดของเจียงเชี่ยนทำให้เฝิงเหล่าฮูหยินจิตใจสงบขึ้นมาก หญิงชราแย้มยิ้มเสียจนริ้วรอยตรงหางตาชัดเจนขึ้น
เจียงเชี่ยนปั้องปากหัวเราะออกมา “ท่านย่าพูดผิดแล้วเจ้าค่ะ จากร่างกายท่านกับบุญที่สั่งส