่งเสียดายชีวิต ดังนั้นจึงยิ่งเชื่อเรื่องพวกนี้”เจียงเชี่ยนพยักหน้าช้าๆ สีหน้าพลันปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง พึมพำว่า “เดิมทีข้ายังใจอ่อนอยู่บ้าง…”
“เชี่ยนเอ๋อร์ เจ้าพูดอันใดรึ”
เจียงเชี่ยนได้สติขึ้นมา “เปล่าเจ้าค่ะ”
ในขณะนั้นเองเสียงฝีเท้ารีบร้อนก็ดังมาจากด้านนอก ตามด้วยเสียงของสาวใช้ดังขึ้น “ฮูหยินเรือนฉือซินเกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ”
เซียวซื่อรีบเรียกสาวใช้เข้ามา “เกิดเรื่องอันใดรึ”“ตาข้างหนึ่งของเหล่าฮูหยินจู่ๆ ก็มองไม่เห็นแล้วเจ้าค่ะ!”
“ว่าอย่างไรนะ” เซียวซื่อถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างอดมิได้ นึกไปถึงการคาดเดาของพวกนางสองแม่ลูกเมื่อครู่ สีหน้าก็ซีดเผือดมองไปยังเจียงเชี่ยน