เจียงซื่อพลันท้อใจขึ้นมา
ข้อดีที่ใหญ่ที่สุดของพี่รองคือให้ความสำคัญกับคุณธรรมน้ำมิตร แม้ว่านางจะห้ามปรามเพียงใดเกรงว่าก็คงไม่อาจขวางเขาไว้ได้
ช่างเถิด พี่รองเป็นบุรุษ หากคนสารเลวนั่นเข้ามาสนิทสนมด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ก็ไม่อาจเกลี้ยกล่อมพี่รองให้ไปเป็นภรรยาได้
ส่วนนาง…
เจียงซื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างถี่ถ้วน
ตอนที่อวี้ชีเห็นนาง แม้ว่าจะมองนางอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ วันนี้จงใจพูดจาไร้ความปรานีอีกครั้ง คาดว่าจากฐานะอันสูงศักดิ์ของเขาต่อไปคงจะมิได้คบค้าอะไรกันอีก
เจียงซื่อถอนหายใจยาวเหยียดคราหนึ่ง เอ่ยกับเจียงจั้นด้วยรอยยิ้มว่า “น้องอารมณ์พลุ่งพล่านไปหน่อย เพราะเหอเปา[1]ถูกหมาของคนผู้นั้นแย่งไป จึงอดระบายอารมณ์ใส่เจ้าของมิได้เจ้าค่ะ”
เจียงจั้นเผยสีหน้าโกรธแค้นจากศัตรูคนเดียวกันออกมา “น้องสี่ไม่รู้อะไร หมาตัวนั้นมันน่าทุบนักข้าอยากจัดการมันตั้งนานแล้ว”
มิใช่ว่าสับสนไปชั่วครู่มองมันเป็น ‘หน้าม้า’ หรือไร ทุกคราที่พบหน้ากันล้วนใช้สายตาดูถูกเหยียดหยามมองเขาอยู่ร่ำไป ทำเอาเขาสุดจะทนแล้ว
เจียงซื่อนึกไปถึงที่กำลังการต่อสู้ของสุนัขตัวใหญ่อยู่ครู่หนึ่ง ยิ้มถามว่า “พี่รองแน่ใจหรือว่าจะสู้มันได้”
ในหัวของเจียงจั้นพลันปรากฏภาพเหตุการณ์ของสุนัขตัวใหญ่กระโจนเข้าใส่เขา“แหะๆ” คุณชายรองเจียงใช้เสียงหัวเราะแห้งๆมาเป็นคำตอบให้แก่น้องสาว
ทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูจวนตงผ