แม่นางน้อยที่สวมเสื้อสีขาวกระโปรงสีแดงยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อันเจริญงอกงาม แม้ว่าแสงตะวันเจิดจ้าสว่างไสวจะถูกใบไม้ทอนแสงไปแล้ว จึงเพียงส่องเล็ดลอดเข้ามาแค่เล็กน้อย แต่กลับยังคงทำให้รอบตัวแม่นางน้อยนางนั้นแผ่คลุมไปด้วยแสงสว่างเจือจาง
หญิงงามดั่งภาพฝัน เพริศแพร้วเกินคำบรรยาย
ชายหนุ่มฝังตรงหน้าแทบลืมกะพริบตา ราวกับคนที่อยู่ใกล้ตัวแต่ถ้าผ่านไปเพียงชั่วครู่ก็จะไม่เจอกันอีกแล้ว
เจียงจั้นกระแอมหนักๆ คราหนึ่ง
เขายังมีชีวิตอยู่นะ สองคนนี้กำลังทำอะไรกัน
อวี๋ชีมองเจียงจั้นแวบหนึ่ง เปลวไฟในดวงตาที่ลุกโชนอยู่ถูกสีหมึกอันเข้มข้นปกคลุมไป ทำให้ดวงตาของเขาคล้ายมีหยกสีหมึกประดับอยู่ ดำขลับเป็นประกายแวววาว
เจียงจั้นถอนหายใจออกมาอย่างอดมิได้
คนผู้นี้เกิดมาดูดีเพียงนี้ ล่อลวงแม่นางน้อยผู้อ่อนต่อโลกได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน!
อวี๋ชีพยักหน้าทักทายเจียงซื่อ “คุณหนูเจียง”
เจียงซื่อหลุบตาปิดบังอารมณ์ไว้ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ เอ่ยกับเจียงจั้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ในเมื่อเพื่อนของพี่รองมาแล้ว น้องก็ไม่รบกวนพวกพี่แล้วเจ้าค่ะ ข้าขอตัวกลับก่อน”
“ได้ น้องสี่กลับไปก่อนเถิด” เห็นท่าทีเมินเฉยของเจียงซื่อ เจียงจั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยสายตามองไปยังเจียงซื่อที่เดินไปทางจวนตงผิงปัว แล้วหันกลับมาพูดกับอวี๋ชีว่า “พี่อวี๋ชีอย่าได้ถือสาเลย น้องสี่ข้าค่อนข้างเรียบร้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น…”
“เป