็นสาวเป็นนางก็ควรจะเป็นเช่นนั้น…“
อวี๋ชียังเอ่ยไม่ทันจบ สุนัขตัวใหญ่ก็วิ่งเพ่นพ่านออกไป เหมือนกับลมหอบหนึ่งพัดไปยังข้างกายเจียงซื่อในชั่วพริบตา มันงับที่ชายกระโปรงของนางไว้ไม่ยอมปล่อย
เจียงซื่อดึงชายกระโปรงไว้อย่างจนปัญญา ตำหนิไปว่า “ปล่อย!”
สุนัขตัวใหญ่ยอมปล่อยอย่างน้อยอกน้อยใจ แล้วหันไปเห่าใส่อวี๋ชี
“เอ้อร์หนิว กลับมานี่!” อวี๋ชีคิดไม่ถึงว่าสุนัขตัวใหญ่จะทำพฤติกรรมเช่นนี้ จึงขมวดคิ้วตะโกนเรียก
เจียงซื่อเหลือบมองอวี๋ชีคราหนึ่ง จู่ๆ สีหน้าก็พลันเย็นชาขึ้นมา
“คุณหนูเจียง ขออภัยด้วย เป็นข้าที่สั่งสอนไม่ดีเอง” อวี๋ชีมีน้ำเสียงจริงใจ จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเข้มขึ้นว่า “เอ้อร์หนิว รีบกลับมานี่!”
โฮ่ง… สุนัขตัวใหญ่ลากเสียงยาวเห่าใส่อวี๋ชี นึกไม่ถึงว่าจะมีแววตาไม่สบอารมณ์ต่อผู้ที่มันตั้งความหวังไว้เจียงจั้นแทบอยากจะทุบหมาตัวนี้ให้ตาย เขากัดฟันเอ่ยว่า “เลิกเห่าได้แล้ว หากยังไม่เชื่อฟังอีกจะให้พี่อวี๋ชีจับเจ้าตุ๋นกินเสีย!”
สุนัขตัวโตกรอกตาใส่เจียงจั้นคราหนึ่งความหมายว่าเจ้าจะทำอะไรข้าได้
เจียงจั้นรีบฟั้องอวี๋ชีทันที “พี่อวี๋ชี พี่รีบสั่งสอนเอ้อร์หนิวของพี่เลย อย่าให้มันทำน้องสาวข้าตกใจ”
“เอ้อร์หนิว!” ใบหน้าอวี๋ชีปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง
สุนัขตัวโตพลันสัมผัสได้ถึงความโกรธจากผู้เป็นนาย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็กระโดดงับกระเปั๋าที่เจียงซื่อผูกเอวไว้ตกลงมาแล้ววิ่งหนีไป
ในชั่วขณะนั้นทุกคนต่าง