ห้มากความ
แต่กับเซียวซื่อแล้ว… สงสัยว่าจะดูแลจวนนานมากไป ต้องหาคนมาช่วยเสียแล้ว
“หลานขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”
เจียงซื่อกลับไปอย่างสบายอารมณ์ แต่ในระหว่างทางกลับเรือนไห่ถางก็พบกับเซียวซื่อ
“ท่านอาสะใภ้รอง” เจียงซื่อเอ่ยทักทายเซียวซื่อราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
เซียวซื่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ
เจ้าเด็กหน้าด้านหน้าทน
“คุณหนูสี่มีปัญหาอะไรกับข้าหรือ”
“ท่านอาสะใภ้รองคิดมากไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าก็แค่ว่าไปตามจริง เหตุใดข้าถึงต้องมีปัญหากับท่านผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ด้วยเล่า”
“ว่ากันไปตามจริงอย่างนั้นหรือ” เมื่ออยู่ข้างนอกเซียวซื่อแสดงท่าที่โอบอ้อมอารี แต่คำพูดที่กล่าวออกมานั้นกลับไม่น่าฟังเลยสักนิด “พี่สะใภ้ใหญ่จากไปเร็วนัก ข้าเองก็เป็นสะใภ้ไม่อาจทนเห็นคุณหนูสี่เดินผิดทางได้ ข้าเลยอยากมาเตือนเจ้าสักนิดว่าคนนั้นยังต้องกินต้องพูด แต่เรื่องที่ห้ามยากที่สุดก็คือปากคน”เหล่าฮูหยินแม้จะสั่งการแล้วว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องในเรือน แต่กำแพงมีหูประตูมีช่อง หรือเหล่าฮูหยินจะสามารถควบคุมปากบ่าวรับใช้ทั้งหมดไว้ได้ ย่อมเป็นไปไม่ได้
เจียงซื่อมองไปยังเซียวซื่อพลางยิ้มกล่าว “ข้อนี้ข้าเข้าใจเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายแล้วคนที่จะต้องรับผิดชอบไม่ให้บ่าวพูดมากก็คงต้องเป็นท่านอาสะใภ้รองแล้วล่ะเจ้าค่ะ”
พอนางกล่าวจบก็ย่อตัวกล่าวลาเซียวซื่อ “เชิญท่านอาสะใภ้รองชมทิวทัศน์ต่อเถิดเจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน”
เซียวซื่อที่ยื่นอยู่ใต้ต้นไม