“ภรรยาใหม่ยังไม่ทันแต่งเข้ามา ก็มีอนุภรรยาแล้ว แล้วเจ้าจะบอกกับตงผิงปัวอย่างไร” สีหน้าของอันกั๋วกงเต็มไปด้วยความไม่เห็นด้วย
เว่ยซื่อหัวเราะเย็นชา “รอให้ลำดับศักดิ์ของตงผิงปัวผ่านไปก่อน หลังจากนั้นพวกเขาก็จะไม่มีตำแหน่งตงผิงปัวอีก ถึงเวลานั้น พวกเขาก็ไม่ได้ต่างจากตระกูลชาวบ้านทั่วไป แล้วลูกสาวของเขาก็สูญเสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก การที่ได้แต่งเข้าอันกั๋วกงของเรายังคิดจะเล่นตัวอีกหรือเจ้าคะ”
อันกั๋วกงยิ่งฟังยิ่งไม่พอใจ “จะว่าเช่นนั้นก็ไม่ควร…”
“นายท่าน ท่านมองไม่ออกเลยหรือ ซานหลางโตแล้ว มีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว เราไม่สามารถคุมเขาด้วยไม้เรียวอีกต่อไป ถ้าพวกเราไม่อนุญาตให้เขาอยู่กับเฉี่ยวเหนียง เขาอาจทำเรื่องโง่เขลาอีกก็ได้” เว่ยซื่อพูดถึงตรงนี้พลางยกมือขึ้นปาดน้ำตา “แล้วถ้าซานหลางเกิดอะไรขึ้นมา ข้าเองก็คงมีชีวิตอยู่ไม่ได้เช่นกัน——”
เมื่อเห็นอันกั๋วกงยังลังเลไม่หาย เว่ยซื่อเอ่ยอย่างโมโห “นายท่าน ก็แค่อนุภรรยาคนหนึ่งเท่านั้นจะกลัวอะไรนักหนา เรื่องภายในเช่นนี้ท่านอย่ายุ่งเลยจะดีกว่า ให้ข้าเป็นคนจัดการเองนะเจ้าคะ”
อันกั๋วกงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “งั้นก็ได้ พรุ่งนี้เช้าเจ้าไปที่จวนตงผิวปัวเสียหน่อย ไปพูดกับเขาดีๆ ล่ะ”
“นายท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เป็นอย่างดี เราไปดูซานหลางกันเถอะเจ้าค่ะ”
ตกดึก จี้ฉงอี้ไข้ขึ้น จนเว่ยซื่อนอนไม่หลับทั้งคืนเช้าวันต่อมา ภรรยาซื่อจื่อกัวซื่อแห่งอัน