ยหน้าเป็นอย่างมาก
ยามออกไปร่วมสังสรรค์งานเลี้ยงของเหล่าคุณหนูชนชั้นสูง ก็มักมีเสียงซุบซิบนินทาอยู่ในงานเต็มไปหมด
เจียงซื่อเป็นคนเก็บอารมณ์เก่ง แต่พอกลับมาถึงจวน นางก็ล้มปั่วยไปเกือบครึ่งเดือน
เจียงซื่อที่พักผ่อนอยู่บนเตียงลืมตาขึ้นในทันใด
ดวงตาของนางโค้งเรียวสวยงามยิ่ง หางตากระดกขึ้นเล็กน้อย ช่างดูงดงามจนมิอาจใช้คำพูดบรรยายได้
ดวงตาอันสวยงามคู่นั้นกำลังสบตากับอาหมานจากนั้นนางก็เผยรอยยิ้มจางๆ ออกมาพลางเอ่ยขึ้น “ทำไมถึงทำท่าเหมือนจะกลืนกินคนเช่นนี้”
“พอนึกถึงคนมีตาหามีแว่วไม่ บ่าวก็รู้สึกโมโหแทนคุณหนูเจ้าค่ะ”
รอยยิ้มของเจียงซื่อหายไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นตอบกลับเสียงเรียบ “เขาคนนั้นไม่เคยพบหน้าข้ามาก่อน จะบอกว่ามีตาหามีแววไม่ก็คงไม่ได้”
“คุณหนู ยังจะช่วยเขาพูดอยู่อีกหรือเจ้าคะ!”ผ่านไปแค่ครึ่งเดือน คุณหนูผอมลงมาก อาหมานรู้สึกทั้งสงสารและไม่พอใจ
ครึ่งเดือนก่อน คุณหนูไปร่วมงานเลี้ยงชมบุปผาที่จวนหย่งชังปัว กลับมาก็ร้องไห้ไปยกใหญ่แม้กระทั่งหยกปีเซียะ[4]ที่นางชอบที่สุด ยังถูกโยนทิ้งจนแตกเป็นชิ้นๆ หากพูดถึงคุณชายสามแห่งจวนอันกั๋วกงก็ยิ่งโมโหเกลียดเข้าไส้ แต่ตอนนี้คุณหนูไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว มันเพราะเหตุใดกันนะ
“ข้ามิได้ช่วยเขาพูดอะไรเสียหน่อย นั่นมันแค่คำพูดของคนมึนเมา” เจียงซื่อหันมองสาวรับใช้อีกคน อาเฉี่ยวที่ยืนอยู่อีกด้านนึงของฉากกั้นพลางออกคำสั่ง “อาเฉี่ยว ไปหยิบชุดทั้งสองชุดที่ข้าให้เจ้า