ติดตำมใครบำงคนที่เข้ำร่วมรำชส ำนักตอนเช้ำเพื่อดูได้พะยะค่ะ”ซวนเทียนยี่เย้ยหยันอย่ำงเยือกเย็น“ข้ำจะไม่ไปดู ! มีอะไรให้ดูมันไม่เหมือนกับว่ำข้ำไม่รู้สิ่งที่เป็นจุดตรวจสอบอีกครั้ง ? เพียงแค่ตำมกำรห้ำมเข้ำออกพระรำชวังของอ่องเต้ ใครๆ ก็รู้ว่ำนี่เป็นเรื่องจริง”ผู้ติดตำมได้ยินเช่นนั้นก็ไม่แนะน ำให้เขำเข้ำไปในพระรำชวังอีกต่อไปแต่บอกข่ำวอีกอย่ำง “ข้ำได้ยินมำว่ำคุณหนูสำมตระกูลเฟิงไปที่ต ำหนักจุนพร้อมกับพราชำยำหยู แต่เมื่อกลับมำมีเพียงองค์ชำยเก้ำและพราชำยำหยูพะยะค่ะ คุณหนูสำมอยู่ที่ต ำหนักจุน”“ฮะ? ” ซวนเทียนยี่คิดว่ำเขำได้ยินผิด “นำงถูกทิ้งที่ไหน ? ”“ต ำหนักจุนพะยะค่ะ”“ต ำหนักจุน? เจ้ำได้ยินผิดหรือไม่ ? มันคือต ำหนักจุนหรือต ำหนักหยู ? ”
ชำยผู้นั้นตอบกลับโดยกล่ำวอีกครั้งโดยกล่ำวว่ำ“ข้อมูลไม่ผิดพะยะค่ะ นำงอยู่ในต ำหนักขององค์ชำยเจ็ด และดูเหมือนว่ำนำงจะอยู่ที่นั่นเป็นเวลำนำน เนื่องจำกเมื่อคืนที่ผ่ำนมำต ำหนักหยูให้บ่ำวรับใช้ขนเสื้อผ้ำจ ำนวนมำกไปที่ต ำหนักจุน โดยบอกว่ำมันเป็นของใช้ของคุณหนูสำม”“อะไรนะ! ” ซวนเทียนยี่ลุกขึ้นทันใดนั้นเขำหมุนไปรอบ ๆ ด้วยควำมโกรธ “น้องเจ็ดท ำอะไรอยู่ ? ตลอดเวลำนี้เขำไม่ได้มองหำผู้หญิงใช่หรือไม่ ? เจ้ำเรียกเขำว่ำอะไร ? เทพเซียน ! แต่ท ำไมเทพเซียนถึงให้เด็กสำวอยู่ในต ำหนักของเขำ ? เพื่ออะไร ? น้องชำยหมำยปองผู้หญิงของข้ำหรือ ? ”บ่ำวรับใช้คนนั้นโพล่งออกมำด้วยเหงื่อเย็นเมื่