่อสู้ ? นางยิ้มและปลอบเก้อซื่อ “ท่านฮูหยินอย่าคิดมาก การมาของข้าในวันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับท่านเสนาบดีหลู่ ข้ามาหาหลู่ปิง”เก้อซื่อตกตะลึงและไม่สามารถคิดได้ว่าทำไมเฟิงหยูเองถึงมาหาหลู่ปิงกะทันหันความสัมพันธ์ของพวกนางนั้นสนิทกันจนถึงขั้นนี้เลยหรือ ? แต่สิ่งนี้ไม่สามารถถามได้ ในฐานะฮูหยินใหญ่ ไม่มีเหตุผลใดที่นางจะหยุดเฟิงหยูเอง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสถานะพราชายาอย่างเฟิงหยูเอง ประการที่สอง ตระกูลหลู่นั้นกระตือรือร้นที่จะให้หลู่ปิงตีสนิทกับเฟิงหยูเอง ไม่มีเหตุผลที่จะหยุดนาง ดังนั้นเก้อซื่อจึงนำเฟิงหยูเองไปยังเรือนของหลู่ปิง ตลอดทางนางเต็มใจต้อนรับอย่างมากจนถึงขนาดเชิญเฟิงหยูเองไปทานข้าวที่คฤหาสน์หลู่ หลังจากถูกปฏิเสธโดยเฟิงหยูเอง นางก็ไม่รู้สึกอึดอัดใจเนื่องจากรอยยิ้มที่ร่าเริงยังคงแขวนอยู่บนใบหน้าของนาง นางพาเฟิงหยูเองไปจนถึงทางเข้าเรือนของหลู่ปิงก่อนที่จะอำลาและจากไป
เมื่อเฟิงหยูเองเข้าไปในเรือนบ่าวรับใช้ในเรือนจำนางได้และพานางเข้ามาในห้องของหลู่ปิงอย่างประหม่า จากนั้นพวกนางอธิบายเหตุผลของกลิ่นฉุนภายในห้อง “พราชายาได้โปรดอย่าตำหนินาง ไม่มีสิ่งใดที่คุณหนูใหญ่ทำได้เพคะ”เฟิงหยูเองโบกมือและทำท่าว่าสบายดีมันเกิดขึ้นหลังจากที่หลู่ปิงไล่บ่าวรับใช้ทั้งหมดออกไป นางกล่าวว่า “ข้าชื่นชมเจ้าจริง ๆ เจ้าแสดงให้เห็นอย่างละเอียดถึงแม้จะอยู่ในห้องของเจ้าเอง อาการป่วยของเจ้าได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว ทำไมต้อง