ียกนางมาหาข้า ! ”“ฝ่าบาท! ” จางหยวนคุกเข่าบนพื้นนํ้าตาคลอ “ฝ่าบาท เกิดอะไรขึ้นกับฝ่าบาท ? เมื่อก่อนฝ่าบาทไม่ได้เป็นแบบนี้ ! ฝ่าบาทอย่าทำให้กระหม่อมกลัวพะยะค่ะ กระหม่อมดูแลฝ่าบาทมาหลายปีแล้วแต่กระหม่อมไม่เคยเห็นฝ่าบาทเป็นแบบนี้เลย คิดถึงอาณาจักรให้มากขึ้น ถ้าฝ่าบาทไม่สามารถกินอะไรอย่างอื่นได้แล้ว เช่นนั้นฝ่าบาทไปเดินเล่นที่ตำหนักศศิเหมันต์ดีหรือไม่พะยะค่ะ ? ”“ตำหนักศศิเหมันต์หรือ? ” เมื่อได้ยินคำสามคำนี้โดยไม่คาดคิดฮ่องเต้ได้ถามโดยไม่รู้ตัวว่า “ตำหนักศศิเหมันต์คือสถานที่แบบไหน ?ทำไมฟังถึงคุ้นหู ? ”จางหยวนรู้สึกว่าใจสั่นและเขากล่าวอย่างรวดเร็ว“ฝ่าบาท เกิดอะไรขึ้นกับฝ่าบาท ? ฝ่าบาทลืมเรื่องตำหนักศศิเหมันต์ได้อย่างไรพะยะค่ะ ? ตำหนักศศิเหมันต์เป็นที่ซึ่งพราชายาหยุนประทับอยู่ ! พระชายาหยุนเป็นคนสำคัญที่สุด เป็นคนที่ฝ่าบาทรักมากที่สุด และเป็นมารดาขององค์ชายเก้าด้วยพะยะค่ะ ! ”
จางหยวนเห็นฮ่องเต้ทำท่าวิงเวียนโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนและฮ่องเต้รู้สึกว่ามีบางสิ่งในหัวของเขาถูกกัดทำให้ความเจ็บปวดกลับมาอีกครั้ง เขาประคองศีรษะด้วยมือทั้งสองและเริ่มสั่นเทา ในขณะที่พูดพึมพำ “พราชายาหยุน ? พราชายาหยุน” ดูเหมือนว่าเขาต้องการระลึกถึงบางสิ่ง และมีความจำบางส่วนแวบขึ้นมาในหัวของเขา พวกมันเข้ามาในพริบตาเพราะบางคนดูชัดเจนและบางคนก็เหมือนมีหมอกมากางกั้น พวกมันสั้นมากและไม่สามารถรวมกันเพื่อสร้างภาพที่ต่อเนื่อ