าง ๆ ก็ยิ้มให้หานชิงอวี่ “พ่อหนุ่ม ผมว่าคุณทำได้!”
หานชิงอวี่มองเการุ่ยเผิงด้วยแววตาซาบซึ้ง แล้วหันไปบอกฉินซานไห่ว่า “ขอบคุณครับคณบดีฉิน ผมจะพยายามทำให้สำเร็จครับ”
“ตกลง งั้นก็ตามนี้ ใครมีอะไรจะพูดอีกไหม? ถ้าไม่มีก็แยกย้าย รีบไปเตรียมตัวกันได้แล้ว”
ฉินซานไห่กวาดตามองทุกคนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ครับ ไม่มีปัญหา!”
“พวกเราจะคอยสนับสนุนหมอหานครับ!”
“…”
ทุกคนในตอนนี้ต่างแสดงท่าทีว่าพวกเขาสนับสนุนหานชิงอวี่
ฉินซานไห่เห็นสถานการณ์แล้วพยักหน้า บนใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
เขารู้ว่าหานชิงอวี่เป็นคนที่มีความสามารถ เพียงแค่ให้ความไว้วางใจและการสนับสนุนที่เพียงพอ เขาจะต้องสามารถทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้แน่นอน
หลังจากนั้น ทุกคนก็ทยอยกันออกไป
หลีเหมิง ขณะที่เดินผ่านหานชิงอวี่ เขาก็ได้จ้องมองเขาอย่างเย็นชา แล้วจึงเดินตามคนอื่น ๆ ออกไป
หานชิงอวี่ยังไม่ทันได้ทักทายกับคนอื่นสักคำ
ก็เห็นสายเรียกเข้าของตัวเอง
เขารีบรับโทรศัพท์แล้วเดินออกไปข้างนอกอย่างรีบร้อน
[พี่ใหญ่หาน! คุณอยู่ที่โรงพยาบาลหรือเปล่า? น้องชายของผมอยากขอความช่วยเหลือจากคุณครับ!]
ทันทีที่โทรศัพท์เชื่อมต่อกัน เสียงร้อนรนของจางอวี้หัวก็ดังขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น รถฉันมีปัญหาเหรอ?”
หานชิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของจางอวี้หัว และถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
[ไม่ใช่ น้องชายของผม ตอนนี้เขามาถึงโรงพยาบาลของคุณแล้ว อยู่ที่แผนกฉุกเฉิน]
จางอวี้