เหล่ารปภ. เห็นว่าจางอวี้หัวทำท่าทีแข็งกร้าว ในตอนแรกจึงไม่กล้าลงมือ
พวกเขารู้ดีว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่คนดี หากลงไม้ลงมือกันจริง ๆ เกรงว่าจะนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าเดิม พวกเขาจึงได้แต่พยายามใช้คำพูดปลอบประโลมจางอวี้หัว หวังว่าเขาจะสงบสติอารมณ์ลงได้
“คุณครับ พวกเราก็แค่ทำตามกฎของโรงพยาบาล โปรดเข้าใจด้วยครับ” รปภ. คนหนึ่งพูดด้วยท่าทางสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้
“กฎ? กฎของพวกแกคือปล่อยให้คนป่วยรอความตายอย่างนั้นหรือ?” จางอวี้หัวถามกลับอย่างเกรี้ยวกราด
“เอ่อ…” รปภ. คนนั้นถึงกับพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าควรจะตอบโต้อย่างไร
ในตอนนั้นเอง คณบดีหลี่หงของโรงพยาบาลที่สองก็เดินตรงเข้ามา เขาเห็นจางอวี้หัวกับพวกกำลังก่อเรื่องอยู่หน้าประตู ในใจก็รู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง แต่เขาก็เป็นถึงผู้รับผิดชอบของโรงพยาบาล จะแสดงความโกรธออกมาง่าย ๆ ไม่ได้
เขาจึงเดินเข้าไปและพยายามที่จะเจรจากับจางอวี้หัว
“คุณครับ ผมหลี่หง คณบดีของโรงพยาบาลแห่งนี้ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกันหรือครับ?” หลี่หงพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้
จางอวี้หัวจ้องหลี่หงอย่างเอาเรื่องแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “น้องชายผมผ่าตัดที่โรงพยาบาลคุณแล้วเกิดข้อผิดพลาด ตอนนี้อาการแย่ลง! คุณต้องรับผิดชอบ!”
หลี่หงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกใจหายแวบ
เขารู้ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงทีเดียว ต้องจัดการอย่างรอบคอบ
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจเชิญจางอวี้หัวและพวกเข้าไปคุ