ุกสนาน ใบหน้าของพวกเขายิ้มทั้งหมด ซูซื่อจะเป็นคนทำพิธีปักปิ่นเนื่องจากนางเป็นตัวแทนของผู้อาวุโสในครอบครัวโดยการเกล้าผมของเฟิงหยูเองขึ้นไปเป็นมวย จากนั้นนางก็ใช้ผ้าหลากสีผูกตามมวยผม ก่อนทีจะปักปิ่น นางกล่าวเสียงดัง “เฟิงหยูเองอายุ 15ปี เจ้าได้รับอนุญาตให้แต่งงานและปักปิ่นของเจ้า” เช่นนี้พิธีก็เสร็จสมบูรณ์แขกทุกคนที่เฝ้าดูมาข้างหน้าและแสดงความยินดีกับเฟิงหยูเองพร้อมมอบของขวัญให้นางเฟิงหยูเองรับของขวัญอย่างมีความสุขจากนั้นจึงหันส่งให้บ่าวรับใช้ของนางก่อนที่จะขอบคุณเมื่อซวนเทียนเก้อมอบของขวัญของนางนางกระซิบว่า “นี่เป็นของขวัญของพิธีปักปิ่น พรุ่งนี้เช้าเราจะช่วยเพิ่มสินเดิมของเจ้า นั่นคือเวลาสำหรับของขวัญที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง”หลังจากพิธีผ่านไปงานเลี้ยงก็จัดขึ้นที่บ้านแขกผู้ชายนั่งอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง และแขกหญิงนั่งที่อีกโต๊ะ มีแขกชายน้อยมากจริง ๆ ต่อมา
เจ้าหน้าที่ทหารสองสามนายก็เข้ามาร่วมด้วยช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาเฟิงหยูเองรู้สึกราวกับว่านางกำลังฝันซูซื่อกล่าวว่า “เมื่ออายุมากขึ้น เจ้าก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว หลังจากแต่งงานในวันพรุ่งนี้แล้ว เจ้าจะไม่ได้เป็นองค์หญิงอีกต่อไป เจ้าจะเป็นพราชายาหยูอย่างแท้จริง ในอนาคตเมื่อเจ้ากลับไปที่เมืองหลวง เจ้าจะอยู่ในตำหนักหยู”จากนั้นนางก็ตระหนักว่าหลังจากแต่งงานแล้วนางจะเป็นภรรยาของคนอื่นนางไม่สามารถอยู่ในคฤหาสน์ของนางได้อีกต่อไปแต่ฉินซื่อปลอบใจนางว่า“อาเอง