นางนั่งลงในเกี้ยว แก้มของนางพองขึ้น ลมหายใจของนางเริ่มฟืดฟาดจนสามารถขยับม่านได้เล็กน้อย แต่นางก็ยังไม่สามารถมองเห็นฉากข้างนอกได้แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่เพื่อให้สลดใจตลอดเวลาเมื่อขบวนเดินไปข้างหน้า จะได้ยินเสียงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นางได้ยินผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวขณะหัวเราะ “พวกเจ้าเดาสิ เมื่ออาเองเห็นเรา นางจะร้องไห้หรือหัวเราะ ? ”เมื่อเสียงนี้เข้าสู่หูของนางเฟิงหยูเองเกือบจะสูญเสียการควบคุมอารมณ์ของนาง นางผุดขึ้นยืนภายในเกี้ยว ด้วยเสียง “ปัง” หัวของนางกระแทกหลังคาของเกี้ยวและนางไม่มีทางเลือกนอกจากนั่งลง แม่
สื่อข้างนอกมีท่าทางที่มีปัญหาและกล่าวว่า “องค์หญิงจี่อันต้องระวังให้มาก ๆ เจ้าค่ะ แม้ว่าคนหามเกี้ยวจะนิ่ง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถจัดการได้ ถ้าท่านยังทำเรื่องวุ่นวายอยู่ข้างใน ! ”แต่เฟิงหยูเองจะนั่งนิ่งๆ ได้อย่างไร ? หากไม่ใช่วันนี้ นางก็จะรีบออกไปข้างนอกเพราะนางได้ยินเสียงนั้นชัดเจนในตอนนี้ มันเป็นเสียงของซวนเทียนเก้อ ! นั่นคือเสียงของซวนเทียนเก้อ ! ซวนเทียนเก้อมาภาคใต้งั้นหรือ สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อใด นี่เป็นความประหลาดใจที่ซวนเทียนหมิงพูดถึงใช่หรือไม่ ความปีติยินดีปรากฏบนใบหน้าของนางขณะที่นางกำมือแน่นภายในแขนเสื้อและชื่นชมยินดีแต่นี่ไม่ใช่จุดจบเช่นเดียวกับซวนเทียนเก้อพูดจบ เสียงที่คุ้นเคยอีกเสียงจะได้ยินทันที “แน่นอนว่านางจะหัวเราะ เพียงแต่ว่าเสียงหัวเราะนี้จะมาพร้อมกับน ้าตา น ้าตาแห่งความ