ผมจะใช้เงินก้อนนี้ให้คุ้มค่าเลยครับ!”
เมื่อแผนการของเขาสำเร็จ เสี้ยวจ้านอีก็วิ่งออกจากบ้านไปด้วยความตื่นเต้น
คณบดีเสี้ยวเห็นดังนั้น คิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เขาเองก็รู้ดีว่าภรรยาของเขาหาเงินได้เดือนละเท่าไหร่
ผ่านมาแค่ไม่กี่เดือน เธอจะเก็บเงินได้มากขนาดนี้เชียวหรือ?
ยิ่งคิด คิ้วของคณบดีเสี้ยวก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้น
เขากับอิ๋นซู่เหลียนนั่งประจันหน้ากันในห้องรับแขกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม คณบดีเสี้ยวถามขึ้นว่า “อิ๋นซู่เหลียน เงินจำนวนนี้มาจากไหนกัน? คุณเก็บสะสมไว้ได้ยังไง?”
อิ๋นซู่เหลียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “นี่เป็นเงินที่ฉันทำงานหนักเก็บหอมรอมริบมาหลายปีแล้วค่ะ”
คณบดีเสี้ยวขมวดคิ้วพลางพูดเสียงทุ้มว่า “ด้วยเงินเดือนของคุณ จะเก็บเงินได้มากขนาดนี้ได้ยังไง? หรือว่าคุณไปทำอะไรไม่ดีไม่งามมารึเปล่า?”
อิ๋นซู่เหลียนถอนหายใจ ก่อนจะอธิบายว่า “ที่จริงแล้ว ฉันแอบไปทำงานพิเศษกับน้องชายของฉันมาตลอดค่ะ ฉันแค่อยากหาเงินเข้าบ้านเพิ่มอีกหน่อย จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น”
เธอไม่มีทางเปิดเผยความจริงกับคณบดีเสี้ยวเด็ดขาด
คณบดีเสี้ยวได้ยินดังนั้นก็ยังคงเคลือบแคลงสงสัย “คุณทำตัวให้มันดี ๆ หน่อยก็แล้วกัน ช่วงนี้อะไร ๆ ก็น่ากลัว อย่าให้ถึงวันที่เกิดเรื่องแล้วจะหาว่าไม่เตือน!”
“คุณเสี้ยว ฉันทำงานพิเศษหาเงินเข้าบ้านมันผิดตรงไหน จะให้ฉันไปกินลมชมวิวเหรอ!”
“อย่ามาระแวงสงสัยฉันนักเลย พูดจาประชดประชันอยู่ได้