เมื่อเห็นว่าเฟิงหยูเองจำเขาได้ในที่สุดซวนเทียนเฟิงยิ้มอย่างขมขื่นจากนั้นก็ส่ายหน้าแล้วพูดกับเฟิงหยูเองว่า “ข้าไม่โทษน้องสะใภ้ เราเห็นหน้ากันครั้งเดียวเมื่อสองปีก่อน ข้ามาจากต่างมณฑลและไม่ได้กลับไปที่เมืองหลวงมานานแล้ว”“แถบชายแดนกำลังยุ่งและพี่หกถูกส่งไปประจำการที่นั่นท่านพี่ทำงานหนักมาหลายปีแล้ว” นางพูดคุยอย่างเฉยเมยจากนั้นมองไปที่ร่างที่เปียกขององค์ชายหก และกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “พี่หกรีบพาคนของท่านพี่เข้าไปข้างในเพื่อเปลี่ยนชุดเจ้าค่ะ วันนี้อากาศเย็น เดี่ยวท่านพี่จะไม่สบายเจ้าค่ะ” หลังจากพูดแบบนี้นางพูดกับวังซวน “พาพี่หกเข้าไปข้างใน”วังซวนพยักหน้าและพูดเสียงเบาๆ “พระองค์ ตามบ่าวรับใช้ไปที่สวนหลังบ้านเพคะ”ซวนเทียนเฟิงยังรู้ว่าเสื้อผ้าที่เปียกนี้ไม่เหมาะสมดังนั้นเขาพยักหน้าและไม่พูดอะไรเลย พาบ่าวรับใช้ของเขาตามวังซวน เฟิงหยูเองจึงสั่งให้คนรับใช้ในบ้านเตรียมชาอุ่น ๆ และให้หมอมาตรวจคนไข้ โดยกลัวว่าซวนเทียนเฟิงจะไม่สบายเพราะเรื่องนี้เมื่อเห็นว่าทุกสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการสั่งการนั้นได้รับการดูแลฟู่ซางถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกล่าวกับเฟิงหยูเอง“บ่าวรับใช้คนนี้หวาดกลัวแทบตายจริง ๆ เจ้าค่ะ ใครจะรู้ว่าชายหนุ่มที่ดูเหมือนบัณฑิตจะกลายเป็นองค์ชาย โชคดีที่องค์หญิงมาไม่เช่นนั้นข้าไม่รู้วิธีจัดการกับมันจริง ๆ เจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองก็ประหลาดใจแต่ก็ไม่กลัวนางบอกกับฟู่ซาง “ถ้าข้าไม่ได้มา ข้าคิดว่าพร