ากการยืนในตำแหน่งนานเกินไป สะโพกของเขาจะบิดเมื่อเขาหันหลังกลับ ความเจ็บปวดทำให้เกิดเหงื่อเย็น ๆ บนหน้าผากของเขา และเขานั่งลงบนพื้นจางหยวนกลัวและเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อประคองเขาถามอย่างเร่งด่วนว่า “ฝ่าบาทเป็นอะไรพะยะค่ะ ? ”“อึก! สะโพกของข้ารู้สึกเหมือนมันหัก” ฮ่องเต้แทบจะไม่สามารถเอ่ยคำเหล่านี้ออกมา อย่างไรก็ตามเขานั่งอยู่บนบันไดแล้วและไม่สามารถขยับได้จางหยวนเรียกให้ผู้คนเข้ามาอย่างรวดเร็วขันทีที่แข็งแกร่งพาฮ่องเต้กลับไปที่ห้องโถงชั้นในของห้องดถงสวรรค์เพื่อพักผ่อน จางหยวนต้องการเรียกแพทย์ของฮ่องเต้มาเฝ้าดูเขา แต่ฮ่องเต้บอกว่าแพทย์ของฮ่องเต้นั้นเป็นหมอต้มตุ๋น และไม่สามารถรักษาอะไรได้เลย เขาให้จางหยวนนวดเขาเล็กน้อย จางหยวนไม่สามารถทำอะไรได้ และเชื่อฟังแต่เขาเท่านั้น แม้กระนั้นในขณะที่เขานวดหลังของเขา นํ้าตาไหลลงมาบนใบหน้าของเขาฮ่องเต้เจ็บสะโพกข่าวแบบนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กในพระราชวัง ถึงแม้ว่าจางหยวนจะสั่งบ่าวรับใช้ไม่ให้แพร่กระจายข่าว และไม่ให้เรียกหมอหลวง แต่ข่าวก็ยังมาถึงตำหนักศศิเหมันต์
อย่างรวดเร็ว ในเวลานี้พราชายาหยุนกำลังรับประทานผลไม้องครักษ์เงาได้มารายงานว่าองค์ฮ่องเต้เจ็บสะโพกและทรุดตัวลงทันทีที่ในห้องโถง ฮ่องเต้ถูกพาเข้าไปในห้องโถงด้านในโดยบ่าวรับใช้ พราชายาหยุนขมวดคิ้ว และกล่าวด้วยความโกรธ “ฝ่าบาทจะไม่ปล่อยให้คนหยุดเป็นห่วง ฝ่าบาทไม่ดูอายุของตัวเองด้ว