ตาข่ายจะถูกยกขึ้นเพื่อล้อมรอบพื้นที่ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยความคิดนี้ ข้าจึงคิดว่าจะพาเฟยหยูไปที่ป่าและอาจตามล่ากระต่ายบางตัวเพื่อให้เขาเล่นกับมัน” หลังจากพูดแล้วเขามองไปที่องค์ชายรองและกล่าวอย่างจริงใจว่า “น้องรองมันเป็นความผิดของข้าที่ก่อให้เกิดสิ่งนี้ เรื่องของวันนี้เป็นความผิดของข้าทั้งหมด”“พี่ใหญ่! ” ซวนเทียนหลินและเฟิงหยูเองพูดพร้อมกันจากนั้นทั้งสองก็มองหน้ากัน ขณะที่เฟิงหยูเองกล่าวว่า “ข้าเป็นคนเลี้ยงเสือ หากเรากำลังพูดถึงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ ข้าก็ต้องรับผิดชอบด้วยเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดถึงเรื่องนี้ แต่เราควรตรวจสอบเรื่องนี้แทน”องค์ชายใหญ่ตกตะลึง“น้องสะใภ้ นี่หมายความว่า… เรื่องของวันนี้ไม่ได้เป็นอุบัติเหตุหรือ ? ”เฟิงหยูเองมองไปที่ฮ่องเต้และกล่าวด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น“เสด็จพ่อ อาเองไม่ใช่คนโง่ ถ้าเสือขาวตัวน้อยนั้นเป็นสัตว์ร้ายจริง
อาเองจะกล้าเอามันอยู่ใกล้ได้อย่างไรเพคะ หม่อมฉันจะกล้าพามันมาที่ลานล่าสัตว์ได้อย่างไร แม้ว่ามันจะถูกพามา มันจะไม่ถูกขังไว้ในกรงโดยไม่มีการดูแลเพื่อที่จะเก็บไว้ในกระโจมได้อย่างไร ?เสด็จพ่อรู้จักอาเองมามากกว่าสองสามวัน อาเองเป็นคนโง่หรือไม่เพคะ ? ”ฮ่องเต้ขมวดคิ้วและไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียวสำหรับองค์ชายใหญ่ เขากำลังไตร่ตรองบางสิ่งบางอย่างในเวลานี้และกล่าวว่า “ตอนที่ข้าทเห็นเสือขาวตัวน้อย มันวนเป็นวงกลมในหิมะดูเหมือนว่ามั