รื่องนี้ขึ้นมาหรือ ! ”เฟิงหยูเองกระพริบตาแสร้งทำเป็นกลัวแล้วขยับไปอีกสองก้าวจากนั้นนางก็เดินไปที่ศูนย์กลางของเวที และคุกเข่าของนางต่อหน้าฮ่องเต้ “เสด็จพ่อ เสด็จพ่อช่วยสนับสนุนอาเองด้วยเพคะ ! ”พระสนมหยวนชูเกือบกระอักเลือดออกมาช่วยนาง ? คนที่ควรจะขอความช่วยเหลือจากฮ่องเต้ควรจะเป็นนางไม่ใช่หรือ?ดังนั้นนางจึงคุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้ และกล่าวว่า “ฝ่าบาทต้องช่วยสนับสนุนพระสนมผู้นี้ด้วยเพคะ ! ”ฮ่องเต้มองลงไปข้างล่างและไม่พูดอะไรอย่างไรก็ตามเขามองจางหยวน จางหยวนได้แต่พูดกับตัวเองว่า ฝ่าบาทเป็นฮ่องเต้ และผลักดันสิ่งต่าง ๆ ให้กับขันทีทันทีที่เกิดสถานการณ์ ฝ่าบาท
ยิ่งใหญ่จริง ๆ ! แต่เขาก็ยังต้องเชื่อฟังฮ่องเต้ หลังจากดูสีหน้าของฮ่องเต้ เขารู้ได้อย่างรวดเร็วว่าเขาควรทำอะไร ดังนั้นเขาจึงเปล่งเสียงแหลมและกล่าวกับทั้งสองว่า “ควรมีการทูลขอการสนับสนุนจากองค์ฮ่องเต้ องค์หญิงจี่อันเป็นผู้ที่ขอก่อน พระสนมหยวนชูโปรดคุกเข่ารอ”บ่าวรับใช้ไปช่วยนางสนมหยวนชูทางด้านข้างและเตือนนางว่า “พระสนมไม่สามารถยืนหรือนั่งได้ ท่านต้องคุกเข่ารอเจ้าค่ะ”พระสนมหยวนชูโกรธมากจนตับของนางเริ่มเจ็บแต่ไม่มีอะไรที่นางจะทำได้ จางหยวนเป็นตัวแทนของฮ่องเต้ นี่คือสิ่งที่ทุกคนเข้าใจ นางทำได้เพียงคุกเข่าและรอให้เฟิงหยูเองกล่าวว่า “เสด็จพ่อ อาเองเป็นแค่องค์หญิงผู้ตํ่าต้อย แต่ข้าทำให้พระสนมหยวนชูขุ่นเคือง ข้าเป็นแค่บุตรสาวผู้ตํ่าต้อย ในขณะที่