าแต่ไม่เห็นอะไรเลย จากนั้นนางก็ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับคำอธิบายแรกของเฟิงหยูเอง “ดูเหมือนว่าหลู่หยานไม่ใช่คนโง่ และไม่ได้ทำอะไรเลยเจ้าค่ะ”อย่างไรก็ตามวังซวนกลายเป็นคนที่ระมัดระวังมากขึ้นและยังไม่อนุญาตให้เฟิงหยูเองอยู่ใกล้เตาพกพา “พวกเราจะทดลองต่อไปเราจะทำตามที่บอกไว้ในตอนแรก และปล่อยให้มันดูสวย ไม่จำเป็นต้องไว้หน้านางและถือมันทุกวัน สิ่งนี้ดูดี แต่ถ้าคุณหนูชอบมันดูเหมือนจะไม่พบอันที่ดีนี้ สิ่งนี้จะต้องไม่ถูกใช้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”เฟิงหยูเองเห็นด้วยกับสิ่งที่นางพูดดังนั้นนางจึงไม่สืบเรื่องนี้ต่อไป นางดูวังซวนวางเตาพกพาบนเก้าอี้ และเสี่ยวไป๋ที่เดินไปรอบ
ๆ บนพื้น ดึงเตาพกพาลงไปที่พื้นด้วยการปัดสองสามครั้ง และเริ่มหมุนไปรอบ ๆ ขณะถือมันทุกคนเห็นว่ามันสามารถใช้เป็นของเล่นโดยเสี่ยวใบได้ดังนั้นพวกนางจึงรู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากคืนนั้นทุกคนนอนหลับอย่างสงบสุขด้านนอกกระโจมมีทหารองครักษ์เท่านั้นที่เฝ้ายามเพื่อความปลอดภัยของค่าย สำหรับข่าวลือจากบรรดาฮูหยินและคุณหนูได้ยินเสียงสัตว์ป่าในตอนกลางคืนเฟิงหยูเองให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้ยินอะไรเลย เรื่องนี้ทำให้หวงซวนและวังซวนหัวเราะเยาะนางซักพักในช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำอะไรเฟิงหยูเองคุ้นเคยกับการตื่นแต่เช้าเพื่อฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ พื้นที่ล่าสัตว์นี้อยู่ในภูเขาและอากาศดีมาก นางไม่ต้องการที่จะพลาดโอกาสนี้ ดังนั้นเมื่อท้องฟ้าสว่างขึ้นนางจึงรีบเรียกบ่าว