ัว“ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ” พวกนางมีปฏิสัมพันธ์กับเสี่ยวไป๋เล็กน้อย ขณะที่พวกนางเล่นกับมันราวกับว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยง พวกนางทำเช่นนั้นได้อย่างไร พวกนางไม่อยากขังมันไว้ในกรง“แต่ถ้ามันไม่ถูกขังเมื่อตัวใหญ่และถูกปล่อยให้เดินเตร่ไปรอบๆ อย่างอิสระ พวกเจ้าสองคนไม่ต้องกลัว พวกเจ้ามีศิลปะการต่อสู้แต่คนอื่น ๆ ล่ะ ? ถ้าเสี่ยวไป๋หิวและอยากกินคน บอกมาว่าใครในคฤหาสน์ของเราควรถูกกิน ? ” เฟิงหยูเองแทะเม็ดแตงในขณะที่ยุ่งกับบ่าวรับใช้สองคนของนางหวงซวนโกรธกระทืบเท้าและวังซวนกล่าวอย่างไร้ปัญหา“ไม่ได้บอกว่าเสี่ยวไป๋ไม่ได้กินเนื้อหรือเจ้าคะ ? มันจะกินคนเพื่ออะไรเจ้าคะ ? ”“ไม่ใช่หวงซวนเพิ่งพูดว่าควรให้อาหารเป็นเนื้อสัตว์หรือ”“ลืมมันไปเถิดปล่อยให้มันกินนมไป” หวงซวนยอมแพ้ “ใครสนใจว่ามันโตขึ้นหรือไม่ ไม่ว่าจะอย่างไรการอุ้มตลอดทั้งวันก็เป็นเรื่องสนุกเช่นกัน”
เฟิงหยูเองพูดติดตลกกับบ่าวรับใช้สองคนของนางสักพักแล้วยืนขึ้นเพื่อเข้าไปในห้องเก็บยาของนางนางได้เพิ่มห้องพักผ่อนพิเศษสำหรับเสี่ยวไป๋เพื่อให้อยู่ต่อ แต่หลังจากสภาพของเป่ยฟูหรงเริ่มดีขึ้น เฟิงหยูเองคิดว่าเมื่อนางกลับมาจากการล่าสัตว์ตะวันออกจะย้ายนางออกจากห้องเก็บยาไปที่ห้องปกติเมื่อนางมาถึงเป่ยฟูหรงก็ตื่นแล้ว และนางก็เล่นกับขวดยานางจ้องมองที่คำแปลก ๆ ที่เขียนไว้ด้านบน เมื่อเห็นเฟิงหยูเองมานางก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและกล่าวกับเฟิงหยูเองด้วยรอยยิ้มว่า “อาเอง ตอนนี้ข