เสียงนั้นยังกล่าวต่อ “ส่งมือมาให้ข้า ข้าจะดึงเจ้าขึ้นมา”นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและเห็นคนเหมือนเทพเซียนเอนตัวและยืนอยู่นอกรถม้าของราชสำนัก พระจันทร์ขึ้น 15 คํ่าลอยอยู่บนท้องฟ้า ในช่วงเวลานั้นเฟิงเซียงหรูรู้สึกว่าถ้านางยื่นมือนางจริง ๆนางคงดูหมิ่นเทพเซียนผู้นี้
นางลังเลและนั่งลงบนพื้นอย่างไรก็ตามในเวลานี้นางได้ยินรถม้าอีกคันวิ่งมาจากอีกฟากหนึ่งของถนน เฟิงหยูเองดึงซวนเทียนหมิงลงจากรถ นางจำรถม้าได้ทันทีเนื่องจากมีสัญลักษณ์ของตำหนักปิงถ้านางจำรถม้าของตำหนักปิงได้เฟิงเซียงหรูก็จำได้ดีกว่าเพียงแค่มองแวบเดียวมันก็เหมือนกับว่าผู้หญิงคนนั้นได้รับความตกใจอย่างมาก นางไม่ต้องกังวลว่าซวนเทียนฮั่วจะเป็นเทพเซียนหรือไม่ นางยื่นมือออกมาและซวนเทียนฮั่วดึงนางขึ้นไปที่รถม้าของราชสำนักเฟิงเซียงหรูไม่รอให้คนอื่นโบกมือให้นางนางก้มศีรษะลงนางนั่งรถม้า เมื่อนางนั่งอยู่ในรถม้า นางได้ยินบ่าวรับใช้จากตำหนักปิงส่งเสียงดัง “โปรดรอสักครู่ คุณหนูสามโปรดรอสักครู่ องค์ชายสี่ได้สร้างโคมไฟในตำหนักปิง และเชิญคุณหนูสามไปดูเจ้าค่ะ ! ”ทุกคนต้องเผชิญกับปัญหาเฟิงเซียงหรู นางรู้จักองค์ชายสี่ดีจริง ๆ !