าอย่างเด็ดขาด จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและพูดอย่างไร้อารมณ์ “ไปกันเถิด ข้าจะไปส่งเจ้ากลับเอง”เสี่ยวหยาอ่อนแรงเดินตามหลังบานซูและมองไปที่ด้านหลังของคนที่เดินเร็ว ราวกับว่านางได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อนางกลับไปภาคเหนือ นางถูกผลักจากด้านบนของกำแพงเมือง และบานซูก็เหมือนเทพเซียนที่ลงมาจากสวรรค์และช่วยนาง ต่อจากนั้นเป็นต้นมาคนผู้นี้ยังคงอยู่ในใจของนาง และไม่เคยเลือนไปถ้าข้าคือเฟิงหยูเองเจ้าจะปกป้องข้าตลอดเวลาหรือไม่ ?ทันใดนั้นแนวคิดเช่นนี้ปรากฏในใจของเสี่ยวหยาและไม่สามารถถูกทิ้งไว้ได้ นางต้องการถามคำถามนี้จริง ๆ แต่มันติดอยู่ในลำคอ
ของนาง ไม่ว่าอะไรนางก็ไม่กล้า รออีกหน่อย เสี่ยวหยาบอกกับตัวเอง รออีกสักครู่จนกว่านางจะเดินตามทางนี้อย่างเปิดเผย จะมีวันหนึ่งที่บานซูจะมายืนเคียงข้างนาง การขาดความมั่นใจในหัวใจของนางเริ่มหายไป เสี่ยวหยาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะกลายเป็นเฟิงหยูเองเหมือนในเวลานี้ แม้ว่าบานซูจะพานางไปที่ประตูทางเข้าบ้านของนาง แต่ใจนางก็ยังคงอารมณ์ไม่ดีแต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองหาคนบานซูก็หายตัวไปแล้วเสี่ยวหยายืนตัวแข็งอยู่นอกทางเข้าครู่หนึ่ง จนกระทั่งยามเฝ้าประตูเรียกนางว่า “แม่นางเสี่ยวหยาขอรับ ? ”จากนั้นนางก็กลับมาถึงความรู้สึกของนางแต่นางก็ตั้งสติ และถามยามเฝ้าประตู “เจ้าเรียกข้าว่าอะไร ? ”ยามเฝ้าประตูรู้สึกงงงวย“ข้าเรียกท่านว่าแม่นางเสี่ยวหยาขอรับ”“เสี่ยวหยา..” นางพูดชื่อนี้ซํ้าแล้วซํ้า