และเขาก็ไม่ได้สนใจว่าเลือดจะไหลออกมามากน้อยเพียงใด ในขณะที่ขุดเนื้อออกมา เมื่อชิ้นเนื้อมีขนาดเท่าเล็บนิ้วหัวแม่มือถูกเจาะออกมา ก็ถูกนำมาใส่ถาดที่อยู่ข้าง ๆ ทันทีมันเป็นถาดที่วางไว้ที่ทางเข้าเพื่อเก็บป้ายประจำตัว ชิ้นเนื้อถูกวางไว้บนถาดแล้วนำมาให้เฟิงหยูเองทหารยามรายงานต่อนางว่า“ไข่มุกยังคงอยู่และไม่ได้รับความเสียหายพะยะค่ะ ไข่มุกถูกปกคลุมด้วยเนื้อและเลือดเล็กน้อยเท่านั้นพะยะค่ะ”ผู้คนมองไปที่คุณหนูตระกูลมู่ในเวลานี้นางล้มลงบนพื้นและเป็นลมจากความเจ็บปวด บ่าวรับใช้ของนางพยายามปลุกนางซ ้า ๆ และในที่สุดเมื่อนางตื่นขึ้นมา นางก็เห็นมือที่เป็นแผล แล้วนางก็หมดสติอีกครั้งอย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ กับนาง นางบอกกับทหารยามว่า “เอาสิ่งนี้เข้าไปในพระราชวัง ตามหาเจ้าเมืองหลู่และบอกเขาว่าเลือดและเนื้อของบุตรสาวของเขาทำลายไข่มุกพันปีขององค์หญิงจี่อัน เป็นไข่มุกจากทะเลตะวันออก ดูว่าเขาควรจ่ายคืนเท่าไหร่ หากเขาไม่สามารถหาราคาที่เหมาะสมสำหรับสิ่งนี้ เพียงแค่พาไปพบองค์ชายเจ็ด ให้ฝ่าบาทประเมิน เรื่องนี้ต้องมีทางออก”ทหารยามปฏิบัติตามและนำถาดไปข้างหน้าโดยไม่พูดอะไรอีกเฟิงเซียงหรูนิ่วหน้าและคิดกับตัวเองว่าพี่รองของนางกำลังจะทำงานร่วมกับองค์ชายเจ็ดเพื่อหลอกลวงเขาหรือไม่? นางได้ยินมาว่าพี่สาวหลอกตระกูลหลู่ให้เสียเงินก้อนใหญ่ ! นางไปข้างเฟิงหยูเองและกล่าวด้วยความเสียใจ “พี่รอง ข้าขอโทษ เซียงห