คืนนั้นข่าวที่น่าตกใจเริ่มแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงมีการกล่าวกันว่ากล่องหยกขององค์หญิงหาย หยกชิ้นนั้นไร้ที่ติและเพิ่งถูกนำออกมาจากเหมือง มันเป็นหยกที่สามารถหาพบได้ในรอบพันปีข่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหมู่ปราชาชนเมื่อมาถึงโรงเตี้ยม มันกลายเป็นประเด็นที่พูดถึงกันมากที่สุดในตอนกลางคืนใครกล้าที่จะขโมยหยกขององค์หญิงจี่อัน? และมีบางสิ่งที่มีค่ามากขนาดนั้น? พวกเขาไม่อยากมีหัวของพวกเขาต่อแล้วหรือ ?ในที่สุดคำร ่าลือไปถึงหูเจ้าเมืองซูจิงหยวนเขาไม่กล้าถ่วงเวลาเขารีบไปที่คฤหาสน์ขององค์หญิงเพื่อขอข้อมูล เมื่อเขาได้รับการยืนยันว่ากล่องหยกของหยูเองหาย เขาเข้าใจว่ามันถูกขโมยที่ศาลานิพพานโดยผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นฮูหยินใหญ่ของเจ้าเมืองหลานโจว นอกจากนี้เขายังเข้าใจว่านี่อาจเป็นกับดักที่เฟิงหยูเองวางไว้ แต่การวางกับดักทำได้ดี แต่เดิมเขาเป็นคนภายใต้คำสั่งขององค์ชายเจ็ด หลังจากดำรงตำแหน่งเจ้าเมือง นอกจากจะทำให้เกิดสันติภาพและความปลอดภัยให้กับพลเมืองแล้วเขายังต้องร่วมมือกับองค์หญิงจี่อันในหลายเรื่องดังนั้นซูจิงหยวนพยักหน้าและไปจัดการคดีโดยไม่พูดอะไรอีกหวงซวนไม่ได้อยู่กับเฟิงหยูเองในระหว่างวันตอนนี้เมื่อนางได้ยินสิ่งนี้ นางปาดเหงื่อ “คุณหนู จะเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ ? ถ้าฮูหยินใหญ่ของเจ้าเมืองหลานโจวไม่ส่งคืนหยกหรือถ้าหยกถูกทำลายละเจ้าคะ ? ”เฟิงหยูเองกล่าวอย่างระมัดระวัง“ไม่ต้องกังวล นางไม่กล้าทำแน่นอน”คำพู