ึงเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงในปีนั้นเฉินหยูยังมีชีวิตอยู่และนางได้รับรางวัลปิ่นปักผมหงส์เพลิงจากบุหนี่ชาง ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ผู้คนเหล่านั้นก็ไม่ได้อยู่อีกต่อไป“เมื่อพวกเขาอยู่ใกล้ๆ มีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจและข้ารู้สึกรำคาญ เมื่อพวกเขาจากไปและคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้ารู้สึกว่าพวกเขาทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง” นางไม่สามารถหยุดตัวเองจากการถอนหายใจ “ถ้าตระกูลเฟิงไม่มีเฉินซื่อ เฟิงเฉินหยูก็ไม่สร้างปัญหา เฟิงจื่อฮาวไม่ทำอะไรโง่ บางทีคฤหาสน์เฟิงก็ยังคงเป็นคฤหาสน์เฟิง เฟิงจินหยวนก็จะไม่ตกต ่าลงสู่สถานะปัจจุบันของเขา”อย่างไรก็ตามซวนเทียนหมิงยักไหล่และยิ้มให้นางพลางเอ่ยเตือนนางว่า “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าทุกอย่างเกิดจากเฟิงจินหยวน ไม่ว่าจะเป็นเฉินซื่อหรือเฟิงเฉินหยู พวกนางเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆระหว่างผู้หญิงในคฤหาสน์ ถ้ามันถูกเปิดเผย มันจะไม่มีอันตราย ในท้ายที่สุดมันก็คือเฟิงจินหยวนเองที่ไม่สามารถควบคุมอคติของเขาเองได้ สิ่งนี้ทำให้เขาต้องเดินไปในทางที่ผิด ไม่สามารถตำหนิคนอื่นได้”“ถูกต้อง! ” เฟิงหยูเองพยักหน้าและนึกถึงเรื่องนี้กับองค์ชายเหลียน นางอดที่จะแค่นเสียงเย็นชาออกมาและกล่าวว่า “ถึงจุดนี้เขาก็ยังไม่เชื่อฟัง คาดเดาสิ่งที่เขาทำ ? ทุกวันนี้เขาสนใจจาวเหลียน เขาไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างชายและหญิง เขาไม่ละอายที่จะเกาะติดอีกฝ่าย”คำพูดของนางทำให้ซวนเทียนหมิงหัวเราะ“เมื่อพูดถึงความแตกต่างระหว่า