ันไปคำนับเฟิงหยูเอง และองค์ชาย จากนั้นเขานำลูกน้องออกจากคฤหาสน์เหยา ก่อนออกเดินทางเขาบอกลูกน้องของเขาให้นำศพของหลู่โชวมาเขาบอกหลู่ซ่งว่า “มันเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง อย่าทำให้ตระกูลเหยาอารมณ์เสีย เจ้าหน้าที่ผู้นี้จะช่วยส่งศพนี้กลับไปให้ใต้เท้าหลู่ที่คฤหาสน์”หลู่ซ่งจะพูดอะไรได้? เมื่อมองดูผู้คนของซูจิงหยวนที่ปลีกตัวไปเขาก็กัดฟันในเวลานี้เฟิงหยูเองพายายกุยไปข้างหน้าและกล่าวว่า “คดีได้รับการแก้ไขแล้ว แต่เรื่องของเราที่นี่ยังไม่ได้ข้อสรุป” นางมองไปที่หลู่เหยา “องค์หญิงผู้นี้จะให้รางวัลเจ้า ข้าจะอนุญาตให้เจ้าเพลิดเพลินไปกับการตรวจสอบพระสนมของฮ่องเต้และพราชายาเอกขององค์ชายได้รับ”ยายกุยก้าวไปข้างหน้าและกล่าวกับหลู่เหยา“คุณหนูหลู่ ลุกขึ้นแล้วตามข้ามา ! ”หลู่เหยาสั่น“ไปไหนหรือเจ้าคะ ? ”ยายกุยกล่าวว่า“ไปที่ห้องหอ หรือบางทีตระกูลเหยาได้เตรียมห้องอีกห้องหรือไม่ ? ”หลู่เหยาส่งเสียงประหลาดใจ“ข้าไม่ไป ! ข้าไม่อยากไป ! เจ้า…เจ้ากำลังทำให้ข้าอัปยศ ! ”เฟิงหยูเองแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง“คุณหนูหลู่ อย่าพูดแบบนี้ พระสนมของฮ่องเต้จะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? พวกนางทุกคนผ่านการตรวจสอบนี้แล้ว”“ข้า…”หลู่เหยาพูดไม่ออก ถ้านางพูดต่อไปมันจะเป็นการไม่เคารพต่อพระสนมของฮ่องเต้ และนั่นก็ไม่ใช่ความผิดที่นางสามารถรับได้ หลังจากคิดมาซักพักนางก็เกิดความคิดขึ้นมาทันใดนั้นก็พูดว่า “เอาล่ะ แต่ข้าขอร้อง” หลังจากที่นางพูด นางมอ