่ำนี้มำกที่สุดในไม่ช้ำเขำก็พูดไม่ออกมันคือเฟิงหยูเองที่มองเฟิงเฟินไดด้วยควำมประหลำดใจก่อนถำมเฟิงจินหยวน “ท่ำนพ่อ องค์ชำยห้ำไม่ได้มอบบ้ำนหลังนี้ให้เป็นของก ำนัลเมื่อขอแต่งงำนกับน้องสี่หรือ ? โฉนดก็มอบให้ท่ำนพ่อแล้วไม่ใช่หรือ ? ”ก่อนที่เฟิงจินหยวนจะพูดเฟิงเฟินไดไม่สำมำรถยับยั้งได้และตะโกนว่ำ “เจ้ำหมำยควำมเช่นไร ? ”เฟิงหยูเองแบมือของนำง“อย่ำงที่ข้ำพูด บ้ำนหลังนี้เป็นเงื่อนไขขององค์ชำยห้ำที่ต้องกำรแต่งงำนกับเจ้ำ พูดง่ำย ๆ ก็คือเจ้ำสำมำรถคิดว่ำมันเป็นข้อตกลงทำงกำรค้ำ เขำใช้บ้ำนเพื่อซื้อเจ้ำจำกท่ำนพ่อ นั่นเป็นสำเหตุที่ท่ำนพ่อได้รับบ้ำน เจ้ำจะท ำอะไรกับเรื่องนี้ ? ”“เจ้ำ…”เฟิงเฟินไดไม่เคยคิดว่ำเฟิงหยูเองจะท ำสิ่งต่ำง ๆ ให้น่ำเกลียด นำงต้องกำรที่จะปฏิเสธ แต่นำงก็ยังคงพูดค ำว่ำ “เจ้ำ” ซ ้ำไปเรื่อย ๆ เมื่อนำงเริ่มรู้สึกว่ำเฟิงหยูเองไม่เหลือช่องให้นำงโต้แย้ง มันฟังดูน่ำเกลียดเล็กน้อย แต่นั่นเป็นควำมจริง !เฟิงหยูเองเตือนนำงว่ำ“เจ้ำสำมำรถให้องค์ชำยห้ำเรียกคืนบ้ำนหลังนี้ได้ แต่ในขณะเดียวกันท่ำนพ่อก็สำมำรถยกเลิกกำรหมั้นได้ น้องสี่เจ้ำต้องกำรบ้ำนหรือคน ? ”เฟิงเฟินไดต้องกำรคนแน่นอนว่ำนำงต้องกำรคน ! แต่เมื่อถูกผลักกลับมำเช่นนี้ นำงก็รู้สึกรับไม่ได้อย่ำงแท้จริง “พี่รองก็ต้องคิดเช่นกัน เจ้ำจำกไป 1 ปี แต่ตระกูลเฟิงของข้ำได้รับกำรสนับสนุนตลอดเวลำ องค์ชำยห้ำที่ส่งเงินให้แต่ละเดือนมำให้ข้ำ เจ้ำคิดว่ำตระกู