็งตำยแล้ว ผู้คนไม่มีอำหำรกินอีกต่อไป เมื่อเทียบกับกำรถูกฝัง กำรจัดกำรกับควำมหิวเป็นปัญหำเร่งด่วนที่สุดนอกเมืองซวนเทียนหมิงและทหำรนั่งอยู่ข้ำงหม้อ ทหำรถือถ้วยและทำนโจ๊ก ทหำรเล่นและหัวเรำะกัน บรรยำกำศกลมกลืนกันมำกประมำณครึ่งวันต่อมำองค์ชำยเหลียนได้รับข่ำวบำงอย่ำง เขำกล่ำวกับเฟิงหยูเอง “สถำนกำรณ์ในเมืองมีควำมส ำคัญ ภำยในอำคำรมีไม่มำกนัก และกว่ำเก้ำในสิบส่วนของพระรำชวังฮ่องเต้ได้รับควำมเสียหำย พลเมืองทุกคนได้รับควำมทุกข์ทรมำนจำกควำมหนำวเย็นและควำมหิวโหย มีหลำยคนที่ไม่ได้ตำยจำกหิมะถล่ม แต่มีผู้เสียชีวิตจำกกำรสัมผัสกับควำมหนำวเย็นหรือควำมอดอยำก แต่ยุ้งฉำงของฮ่องเต้ยังเหลืออำหำรอยู่ จำวหยูเป็นเด็กเหลือขอที่โชคดีและยังมีชีวิตอยู่ทหำรจ ำนวนมำกยังมีชีวิตอยู่ พวกเขำปิดกั้นประตูเมืองไม่อนุญำตให้พลเมืองคนใดออกไป พวกเขำต้องกำรประหยัดเงิน” เขำพูดพร้อมกับหยิบถ้วยน ้ำแกงขนำดใหญ่ จำกนั้นเขำก็พูดด้วยควำมชื่นชม “เห็นได้ชัดว่ำกลิ่นนี้ท ำให้เมืองเกือบตกอยู่ในควำมสับสนวุ่นวำย”เฟิงหยูเองยิ้มอย่ำงมีเลศนัยในขณะที่ยิ้มนำงกล่ำวกับซวนเทียนหมิงว่ำ “กำรรบกวนจำกภำยนอกไม่มีอะไรมำกไปกว่ำควำมน่ำร ำคำญ แต่ควำมขัดแย้งภำยในเป็นปัญหำอย่ำงแท้จริง”ซวนเทียนหมิงหัวเรำะเสียงดัง“แค่ควำมวุ่นวำยยังไม่เพียงพอเรำยังต้องหำโอกำสที่จะได้เข้ำไปดูในเมือง เรำยังคงมีหนี้แค้นกับรำชวงศ์ของเฉียนโจว เรำยังคงต้องรวบรวมนิ้วมือเหล่ำนั้นด้วยตัว