ถูกเพิกเฉย แต่ตอนนี้ข้าเป็นพราชายาเหลียนที่สง่างาม แต่เจ้าก็ยังพูดกับข้าแบบนี้ เจ้ามีความเคารพในหัวใจของเจ้าบ้างหรือไม่ ? ”
คำพูดของหลี่เฉิงค่อนข้างจริงจัง ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกหวาดกลัวด้วยสิ่งที่นางพูด โชคไม่ดีที่ทุกคนในคฤหาสน์ของใต้เท้าหวู่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูผู้นี้ โดยเฉพาะผู้หญิงคนนี้ นางพูดจาดูถูกหลี่เฉิง นางท้าวสะโพกของนาง นางจ้องมองที่หลี่เฉิงและกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ ! ได้สติเสียทีเจ้าค่ะ ! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นพราชายาเหลียนจริงหรือ ? เจ้าไม่รู้ด้วยซ ้าว่าองค์ชายเหลียนเป็นใคร เจ้าเพียงแค่พูดกับเจ้าเองทุกวัน และเจ้าจะจริงจังกับมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้าจะบอกเจ้าว่าสิ่งที่เจ้านำเข้ามาในตอนนี้คือหิมะที่ขุดขึ้นมาจากข้างนอก จะมีผักได้อย่างไร ? เจ้ามีความฝันอันยิ่งใหญ่อะไร หากเจ้าไม่สามารถรักษาอาการปวดหัวได้ ให้หาที่ซ่อน อย่าออกมาให้เราเสียหน้าและสร้างเรื่องเช่นนี้”
ใต้เท้าหวู่ตบโต๊ะอย่างแรง “พอได้แล้ว ! ” จากนั้นเขาจ้องมองผู้หญิงคนนั้น “เจ้าพูดแบบนี้ได้อย่างไร กลับไปที่เรือนด้านใน ! ”
ผู้หญิงคนนั้นกระทืบเท้าด้วยความโกรธ นางชี้ไปที่หลี่เฉิง “เจ้ารู้จักแต่การตำหนิข้า ทำไมเจ้าไม่ดูแลลูกสาวของเจ้า ? หญิงบ้าแบบนี้ควรถูกโยนลงไปในภูเขาเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตัวนางเอง การทิ้งนางไว้ในคฤหาสน์ ในที่สุดจะนำไปสู่ความหายนะ!”
“ข้าบอกให้เจ้าหุบปาก ! ” ใต้เท้าหวู่จับอกเขาไว้ เห็นได้ชัดว่