ของเขาด้วยความโกรธ
องค์ชายเหลียนยืนบนเตียงมองดูทั้งสองอย่างงุนงง หลังจากมองไปครู่หนึ่งนางถามด้วยเสียงงุนงงว่า “พวกเจ้าสองคนเป็นคนแบบไหนกัน ? ”ขณะที่พูดอย่างนี้นางชี้ไปที่บานซู “ถ้าเจ้าใส่ชุดดำเจ้าคงจะเป็นองครักษ์เงา แต่องครักษ์เงาที่พูดแบบนี้กับเจ้านายแบบนี้ ? ” หลังจากคิดไปซักพักนางก็ถามเฟิงหยูเอง “เกิดอะไรขึ้น ? สิ่งที่ข้าได้ยินเจ้าพูด…เจ้าไม่ใช่เสี่ยวหยา ? ถ้าอย่างนั้นเจ้าเป็นใคร”
นางเอื้อมมือไปแตะที่ใบหน้าของเฟิงหยูเอง และมือของนางถูกปัดออกไป “อย่าแตะต้องข้า”
“เฮอะ ทำไมเจ้าไร้เหตุผลเช่นนี้ ? ” องค์ชายเหลียนก็ไม่มีความสุข “เจ้ายั้งมือตอนที่แตะต้องตัวข้าหรือไม่ ? เจ้าไม่เพียงแต่แตะต้องตัวข้า แต่เจ้ายังกินปลาของข้าอีกด้วย นอกจากนี้เราเกือบนอนบนเตียงเดียวกันมีอะไรให้รู้สึกอายบ้าง ข้าแค่อยากจะดูว่าเจ้าสวมหน้ากากที่ทำจากผิวหนังของมนุษย์หรือไม่ ข้าแค่อยากรู้”
หญิงสาวสองคนที่ถือโคมไฟน ้าแข็งมีสีหน้าโกรธแค้น พวกนางถามว่า“เจ้าเป็นใครกันแน่ ? เข้ามาใกล้ชิดกับองค์ชายเหลียน เป้าหมายของเจ้าคืออะไร ? ”
“เฮ้อ ! ” เฟิงหยูเองไม่รู้จะทำยังไง “นี่น่าจะเป็นสิ่งที่ข้าถามเจ้า !เป้าหมายขององค์ชายเหลียนที่เข้ามาใกล้ข้าคืออะไร ? เจ้าเป็นบ้าหรือ? ข้าแค่อยากจะประจบประแจงตวนมู่อันกัวและต้องการไปพระราชวังฤดูหนาว เป็นผลให้องค์ชายของเจ้าไปและบังคับให้ข้ามาที่นี่ ข้ายังไม่ได้มีโอกาสชำระหนี้นี้กับเจ้า เจ้าเป็นค