“เจ้าอยากเข้าห้องน ้าหรือ ? ” จากนั้นนางก็จ้องมองยายอย่างชัดเจนเพื่อดูว่ามีการคัดค้านหรือไม่
ยายคิดสักครู่แล้วพยักหน้า “ไปได้” ขณะพูดสิ่งนี้นางชี้ไปในทิศทางหนึ่ง“อยู่ทางนั้น อยู่ใกล้นาง เจ้าอย่าให้อนุคนใหม่หลงทาง”
ท่านฮูหยินหลู่รู้ว่าการกลัวนางจะหลงทางนั้นไม่จริง กลัวว่านางจะหนีไปจริง ๆ นางจึงจับเฟิงหยูเองไว้แน่นมากราวกับว่านางกำลังจับคนร้าย
หูของเฟิงหยูเองเคลื่อนไหวเล็กน้อยและให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับความเคลื่อนไหวภายนอก หลังจากที่พวกนางกลับมาแล้ว ท่านฮูหยินหลู่ก็หยุดและยกส่วนหนึ่งของผ้าคลุมหน้าขึ้นมาจากนั้นก็กล่าวกับนางว่า“พวกเรามาถึงแล้ว ไปด้วยตัวเจ้าเอง ข้าจะรอเจ้าออกจากที่นี่” ในฐานะที่เป็นผู้ดีของตระกูลขุนนาง มันคงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะไปกับบ่าวรับใช้คนหนึ่งเข้าไปในเรือนนอกบ้าน แม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะกลายเป็นอนุของตวนมู่อันกัว
เฟิงหยูเองม้วนมุมปากของนางขึ้นเป็นรอยยิ้มแปลก ๆ นางยังสามารถมั่นใจได้ว่าไม่มีใครนอกจากพวกเขาสองคนในพื้นที่นี้
ด้วยเหตุผลบางอย่าง รอยยิ้มแบบนี้ทำให้ใจของหัวใจของท่านฮูหยินรู้สึกที่ไม่ดีอยู่ข้างในนาง ความรู้สึกแบบนี้กลายเป็น “ผู้หญิงคนนี้จะวิ่งหนีไปทันที” ดังนั้นนางจึงคว้าตัวเฟิงหยูเองอย่างกระตือรือร้น และกล่าวอย่างกังวลใจว่า “เจ้าจะวิ่งหนีหรือ ? อย่าแม้แต่จะคิดเกี่ยวกับมันสถานที่นี้เป็นพระราชวังของท่านผู้นำ มีทหารยามอยู่ทุกที่ ตราบใดที่เจ้าเข้ามามันจะเป็นไป