ำนทัพ” นำงแสดงควำมคิดเห็นของตัวเองอย่ำงดื้อรั้น แต่นำงรู้สึกว่ำค ำพูดของนำงไร้พลัง ซวนเทียนหมิงเคยพูดไว้ก่อนหน้ำนี้ ผู้คนในรำชวงศ์ไม่มีทำงเลือกชีวิตของพวกเขำดังนั้นจึงไม่มีทำงเลือกสิ่งที่พวกเขำควรท ำในชีวิต แม้ว่ำซวนเทียนฮั่วอยำกจะหลีกเลี่ยงควำมโกลำหล แต่เขำก็ยังคงถูกชักน ำด้วยเลือดตระกูลซวนที่ไหลเวียนอยู่ในสำยเลือดของเขำ
เฟิงหยูเองก้มศีรษะลงและไม่ได้ปลอบโยนเขำต่อไป ดึงมุมริมฝีปำกของนำงนำงยิ้มอย่ำงขมขื่น “พี่เจ็ดเพียงแค่ท ำเหมือนข้ำไม่ได้พูดอะไรเลย”นำงเงยหน้ำขึ้นอีกครั้ง และควำมเศร้ำในดวงตำของนำงก็หำยไปแล้วนำงยิ้ม และถำมเขำว่ำ “พี่เจ็ดจะออกเดินทำงไปเมื่อไหร่เจ้ำคะ ? “
ซวนเทียนฮั่วตกใจเล็กน้อยจำกนั้นกล่ำวว่ำ “หลังจำกกล่ำวค ำอ ำลำเสด็จพ่อและเสด็จแม่…”
“เร็ว ๆ นี้หรือเจ้ำคะ” เฟิงหยูเองตกใจและกล่ำวว่ำ “ซวนเทียนหมิงและข้ำจะกลับไปที่ค่ำยทหำรเร็ว ๆ นี้ อำวุธเหล็กจ ำนวนมำกได้ถูกสร้ำงขึ้นแล้ว และข้ำต้องกำรที่จะให้ท่ำนพี่… ” นำงหยุด มันก็สำยเกินไปแล้วที่จะกลับไปที่ค่ำยทหำร นำงจึงเอื้อมมือไปที่แขนเสื้อของนำงและหยิบของในมิติของนำง ในท้ำยที่สุดนำงดึงกริชออกมำ “พี่ชำยคนนี้ยังไม่พร้อมที่จะถือดำบ กริชนี้ท ำจำกเหล็กด้วยเช่นกัน มันมีขนำดเล็กและพกพำสะดวก ข้ำใช้มันสองสำมครั้ง หวังว่ำพี่เจ็ดจะไม่ถือนะเจ้ำคะ”มันเป็นกริชทหำรที่นำงเคยหั่นเนื้อเมื่อหลอมเหล็กในค่ำยทหำร
ซวนเทียนฮั่วหัวเรำะและยื่นมือออกไปรับ