ความจริง เจ้าจะใช้ชีวิตเหมือนกับบ่าวรับใช้คนอื่น ๆ เจ้าแค่ต้องทำงานให้หนัก”
เด็กหญิงตัวน้อยถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนที่จะเปิดเผยที่มาของสายสีแดงนี้ “ชายที่มีหนวดที่ขังข้าไว้เป็นเวลา 3 วันที่ท่าเรือเพื่อลองขายข้า ในวันที่สองนั่นก่อนกลุ่มอื่นเข้ามา คนหนึ่งในกลุ่มนั้นถือกรงขนาดใหญ่มีผ้าสีดำคลุมไว้ เมื่อกรงนั้นผ่านข้าไป ผ้าก็เปิดขึ้นโดยลมและข้าเห็นน้องชายคนหนึ่งอยู่ข้างใน เขาเห็นข้าด้วย แต่ผ้าสีดำก็ตกลงอย่างรวดเร็ว ข้าไม่เห็นเขาอีกแล้ว แต่มีเชือกสีแดงหล่นลงมาจากกรงเจ้าค่ะ” หญิงสาวชี้ไปที่ข้อมือของนางขณะพูด “ข้าคิดว่ามันสวยจึงใส่ไว้ชายที่มีหนวดเครามองมันครั้งเดียว แต่เห็นว่ามันเป็นเพียงเชือก เขาจึงไม่สนใจมันเลยเจ้าค่ะ”
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ กำลังพูดถึงเรื่องของคนอื่น แต่เมื่อนางพูดถึงเด็กชายในกรง นางก็อดที่จะกล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าสงสารไม่ได้ว่า “น้องชายตัวเล็กผู้นั้นน่าสงสารมาก พื้นที่ภายในกรงนั้นเล็กมาก มันจะต้องอึดอัดมากเมื่อถูกขังอยู่ข้างในนั้น”
ยิ่งเฟิงหยูเองได้ยินมากเท่าไรหัวใจก็ยิ่งเจ็บปวด เมื่อได้ยินว่าภายในกรงมีขนาดเล็กมาก นางกำลังจะใจสลาย ซวนเทียนหมิงจับไหล่ของนางแล้วพูดซ ้า ๆ ว่า “ใจเย็นๆ” จากนั้นเขาก็ถามเด็กผู้หญิงว่า “กลุ่มนั้นลงเรือหรือไม่ ? เจ้าเห็นพวกเขาหรือไม่ ? ”
เด็กหญิงพยักหน้า “ข้าเห็นพวกเขา พวกเขาขึ้นเรือด้วย พวกเขาจากไปเมื่อสองวันก่อน”
พวกเขาไม่ได้ถามต่อ ซวนเทียนหมิงส่