ลัวนางกลัวว่าความสุขสุดขีดของนางจะนำไปสู่ความเศร้าโศก แต่ในที่สุดนางก็ได้ยินเสียงของเฟิงเฟินไดยิ้มหัวเราะสั่นสะเทือน “ฮ่าๆๆๆ!”
บ่าวรับใช้กลัวมากจนนางปิดปากนางทันที และพูดอย่างกระวนกระวายว่า “คุณหนูหัวเราะไม่ได้เจ้าค่ะ ! คุณหนูสี่ต้องไม่หัวเราะ !ตอนนี้คฤหาสน์อยู่ในระหว่างการไว้ทุกข์ คุณหนูอาจมีเรื่องดีใจ แต่คุณหนูต้องไม่โกรธนายท่านเพราะเรื่องนี้”
ฮันชิแนะนำนางด้วย “ใช่ เจ้าต้องสงบสติอารมณ์ในเวลานี้ จำไว้ว่าเจ้าเป็นพราชายาเอกของตำหนักหลี่ เจ้าจะอยู่ในสถานะเดียวกับคุณหนูรองในอนาคต นั่นเป็นเหตุผลที่เจ้าต้องใจเย็น ๆ เจ้าต้องมีความอดทนอย่างที่พราชายาเอกพึงมี เจ้าต้องไม่ทำลายแผนนี้เพราะความโกรธ”
เฟิงเฟินไดหุบยิ้มอย่างรวดเร็วและพยักหน้าอย่างจริงจัง จากนั้นนางก็ดึงมือของหญิงสาวออกไปพูดด้วยน ้าเสียงจริงจัง “ท่านแม่ไม่ต้องกังวลคราวนี้ข้าจะไม่ยอมให้อะไรผิดพลาดไปแน่นอน ข้าแค่ต้องอดทนใช่หรือไม่ ? ข้าสามารถทนได้ อีกแค่ 4 ปีเอง หลังจากสี่ปีที่ผ่านไป ท่านพ่อก็ต้องคำนับและทักทายเมื่อเจอข้า”
ฮันชิพยักหน้า “ใช่ คุณหนูสี่ เจ้าเป็นความหวังของตระกูลเฟิง เจ้าต้องมีอนาคตที่สดใส”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดเรื่องนี้ บ่าวรับใช้คนหนึ่งวิ่งเข้ามาจากข้างนอกอย่างรวดเร็ว นางมีสีหน้าร่าเริงบนใบหน้าของนาง
เฟิงเฟินไดเต็มไปด้วยความสุขเพราะข่าวก่อนหน้านี้ แต่นางยังจำคำเตือนที่นางเพิ่งได้รับและเตือนบ่าวรับใช้ “เจ้าห้ามยิ้ม”
บ