เมื่อเฟิงหยูเองพูดคำเหล่านี้ เฟิงจินหยวนก็สามารถระบุได้ทันทีว่าซวนเทียนหมิงไม่อยู่ในรถ เขาลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธแล้วชี้หน้าบุตรสาวคนที่สองแล้วก็เริ่มสาปแช่ง
เฟิงหยูเองไม่พูด นางไม่ต้องกังวลกับการตอบสนองต่อคนที่ไม่รู้จักจำหลังจากถูกทุบตีเช่นเฟิงจินหยวน แต่มันคือซวนเทียนหยานที่หยุดเฟิงจินหยวน “คฤหาสน์มีพิธีศพอยู่ ใต้เท้าเฟิง งานศพถือว่าสำคัญที่สุดอย่าเพิ่งโกรธ เรื่องก่อนหน้านี้ก็เป็นความผิดของข้าเช่นกัน เป็นเพราะข้าที่จำรถม้าของน้องเก้าได้ ทำให้ใต้เท้าเฟิงหลงผิด ข้าหวังว่าใต้เท้าเฟิงจะให้อภัยความผิดพลาดนี้ด้วย”
ต้องบอกว่าเมื่อสมัยที่เฟิงจินหยวนหยวนเป็นเสนาบดี เขามีท่าทางน่ารังเกียจเมื่อต้องรับมือกับซวนเทียนหยานผู้ซึ่งฮ่องเต้ไม่ทรงโปรดปรานอย่างไรก็ตามเขาไม่มีความสามารถนั้นอีกต่อไป เขาเป็นเพียงขุนนางขั้นห้าที่ต ่าต้อย และเขาไม่สามารถเชิญแขกผู้มีเกียรติใด ๆ ให้มาร่วมงานศพของมารดาตัวเองได้ นี่เป็นวันที่สามแล้ว แต่พวกเขาได้รับเงิน30 เหรียญเงิน และมีองค์ชายคนใดมาบ้าง นี่คือสิ่งที่เขาไม่กล้าจินตนาการ แต่มีองค์ชายมาจริง ๆ แม้จะเป็นองค์ชายที่ไม่มีคนสนใจแต่เขาก็ยังเป็นองค์ชาย ในช่วงเวลานี้เขาได้แต่ชื่นชมความมีน ้าใจของอีกฝ่ายเมื่อเผชิญหน้ากัน
เมื่อคิดเช่นนี้เฟิงจินหยวนก็รีบออกห่างจากเรื่องของเฟิงหยูเองอย่างรวดเร็ว และคำนับต่อซวนเทียนหยานอีกครั้ง โดยกล่าวว่า “องค์ชายทรงช่วยเจ้าหน้าที่ผู้นี้อย่า