เฟิงหยูเองลากซวนเทียนหมิงเพื่อไปพระราชวังด้วยกัน เมื่อทั้งสองนั่งอยู่ในรถม้านางบอกซวนเทียนหมิงว่า “จุนม่านกลับจากพระราชวัง และบอกข้าว่าเสด็จแม่ไม่สบาย”
ซวนเทียนหมิงขมวดคิ้ว และถามนางว่า “ร้ายแรงหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหัว “ข้ายังไม่รู้ เสด็จแม่ไม่ให้เรียกหมอหลวงเพราะกลัวว่ามันจะทราบถึงเสด็จพ่อ คนของตำหนักศศิเหมันต์ไม่สามารถทำได้ตอนแรกพวกเขาไปที่ห้องครัวของจักรวรรดิเพื่อรับน ้าแกงไก่ และพวกเขาก็ไปพบพี่น้องเฉิง นางแอบบอกพวกนางว่าให้กลับคฤหาสน์มาแจ้งข้า”
นางพูดได้แค่นี้เท่านั้น พี่น้องเฉิงไม่รู้อะไรเลย พวกเขาจะรู้มากขึ้นเมื่อพวกเขาได้พบพราชายาหยุน
จากนั้นทั้งสองคนก็เงียบลง และบรรยากาศก็หดหู่เล็กน้อย
องค์ชายเก้าและองค์หญิงแห่งมณฑลเข้ามาในวังเป็นครั้งที่สองในวันนั้น ทหารองครักษ์ที่ทางเข้าสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ไม่กล้าถาม พวกเขาเตือนอีกฝ่ายาว่า “ใกล้มืดแล้วพะยะค่ะ ประตูพระราชวังจะปิดภายใน 1 ชั่วยาม หากองค์ชายกลับช้า ส่งคนมาแจ้งก่อนได้พะยะค่ะ ผู้ใต้บังคับบัญชานี้จะปล่อยให้คนอยู่ที่ประตูรอพะยะค่ะ”
ซวนเทียนหมิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ให้คนเฝ้าที่นี่ เราจะไม่ออกมาเร็วแน่นอน” หลังจากพูดอย่างนี้เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “อย่าบอกใครว่าข้าและองค์หญิงแห่งมณฑลมาที่พระราชวัง โดยเฉพาะเสด็จพ่อ อย่าให้เสด็จพ่อรู้ ข้าจะไปตำหนักศศิเหมันต์เพื่อไปหาเสด็จแม่”
เรื่องระหว่างฮ่องเต้ และพราชายาหยุนเป็นสิ่