งทางเดินที่คดเคี้ยว พวกเขาได้ยินเสียงร้องไห้ ในหมู่พวกเขาเสียงของฮันชิดังที่สุด และมีบ่าวรับใช้จำนวนหนึ่งแนะนำให้นางระวังสุขภาพของนาง นางจะต้องไม่ร้องไห้
อันที่จริงมีเพียงฮันชิ อันชิและจินเฉินเท่านั้นที่ร้องไห้ ในปัจจุบันคนของคฤหาสน์เฟิงลดน้อยลง เฟิงเฟินไดอาการบาดเจ็บสาหัสและนอนพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนหยูหลาน พี่น้องเฉิงเข้าไปในพระราชวังยังไม่ได้กลับมา และเฟิงจินหยวนถูกขังอยู่ในคุก เฟิงเซียงหรูอยู่กับเฟิงหยูเองจึงไม่มีเจ้านายที่เหมาะสมเหลืออยู่ในคฤหาสน์ จินเฉินไม่เหมือนฮันชิที่ชอบร้องไห้เสียงดัง นางถือผ้าเช็ดหน้าและสะอื้นอย่างเงียบ ๆ อันชินั้นยิ่งสงบ น ้าตาไหล แต่ไม่มีเสียงมาจากนาง นอกจากเสียงของฮันชิที่ดังอยู่ในห้องนอน นอกนั้นมาจากบ่าวรับใช้และยายที่อยู่ที่นั่น
ในที่สุดการมาถึงของเฟิงหยูเองก็ทำให้ตระกูลมีที่พึ่งพิง แม้แต่ฮันชิก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในขณะที่ร้องไห้นางพูดกับเฟิงหยูเองว่า“คุณหนูรอง คุณหนูต้องช่วยรักษาท่านฮูหยินผู้เฒ่าด้วยเจ้าค่ะ ! ”
เมื่อนางพูดอย่างนี้ จินเฉินผู้คุกเข่าที่ข้างเตียงของฮูหยินผู้เฒ่าก็พูดอะไรเช่นกัน อย่างไรก็ตามความหมายของนางแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ในความเป็นจริงมันเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามที่นางกล่าวว่า “คุณหนูรอง ท่านฮูหยินผู้เฒ่าได้ไปสร้างปัญหาที่หน้าคฤหาสน์องค์หญิงแห่งมณฑล แต่ตอนนี้ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเสียชีวิตแล้ว คุณหนูรองยกโทษให้ท่านฮูหยินผู้เฒ่าด้วยเจ้าค