ีปฏิกริยาตอบสนองและถามว่า “คุณหนูรองปรารถนาที่จะ…ทำการชันสูตรศพหรือเจ้าคะ ? ”
เฟิงหยูเองยิ้ม “เราเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมา ถ้ามีคนกล่าวว่านางถูกทุบตีจนตายนั่นแปลว่าเป็นการฆาตกรรม หากเราไม่ตรวจร่างกายและการบาดเจ็บ เราจะหาผู้รับผิดชอบได้อย่างไร ? ”
เมื่อให้เหตุผลนี้ทุกคนรู้สึกว่าการชันสูตรศพเป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย บ่าวรับใช้ของตระกูลเฟิงเริ่มดูแลการจัดเรือนโบตั๋นเพื่อจัดการงานศพ ฮันชิมองเฟิงหยูเองด้วยคำถาม “คุณหนูรอง ท่านฮูหยินผู้เฒ่าตายแล้ว ท่านพี่จะกลับมาเพื่อส่งนางหรือไม่เจ้าคะ ? ”
เมื่อถามคำถามนี้ จินเฉินก็รีบถามอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้วเจ้าค่ะ นี่เป็นเรื่องใหญ่ คุณหนูรองได้โปรดอธิบายเรื่องนี้กับทางการได้หรือไม่เจ้าคะ! ”
อันชิขมวดคิ้ว นางช่วยเฟิงเซียงหรูลุกขึ้นมา นางคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ถ้าท่านพี่สามารถกลับมาส่งท่านแม่ได้ก็คงจะดี หลังจากงานศพเขาจะต้องถูกส่งกลับไปยังคุก”
เมื่อฮันชิและจินเฉินได้ยินคำพูดนี้ พวกนางก็วิตกกังวล ฮันชิลูบหน้าท้องของนางแล้วจ้องมองที่อันชิด้วยความโกรธ “คำพูดเหล่านั้นมีหมายความว่าอย่างไร ? ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเสียชีวิต หากท่านพี่ไม่กลับมา จะไม่มีใครสักคนในตระกูลที่เป็นคนตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ? ”
อันชิมองที่นางและกล่าวเบา ๆ ว่า “มีคนมากมายที่จะตัดสินใจ มีท่านฮูหยินใหญ่ และท่านฮูหยินรอง นอกจากนี้ยังมีบุตรสาวของฮูหยินใหญ่น