งหยูเองตอบพร้อมคำถาม “เจ้าเป็นคนที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ เมื่อท่านย่าถูกทำร้าย เจ้าทั้งคู่ต่างก็เฝ้าดู พวกเจ้าทั้งสองคนเชื่อหรือไม่ว่าการทุบตีจะทำให้นางเสียชีวิต”
วังซวนส่ายหัว “ไม่เจ้าค่ะ นางก็แค่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเจ้าค่ะ”
“แต่นางเสียชีวิตแล้ว และนางก็เสียชีวิตจากพิษ” นางเย้ยหยัน “ดูเหมือนว่ามีใครบางคนเกลียดหญิงชราคนนี้และอยากให้นางตาย หรือมีคนอยากจะใส่ร้ายข้า ทำให้เฟิงจินหยวนเกลียดข้ามากกว่านี้”
หวงซวนไม่เข้าใจอีก “มีจุดไหนที่จะทำให้คุณหนูคิดแบบนี้เจ้าคะ ?ความสัมพันธ์ของเรากับคฤหาสน์เฟิงนั้นแย่มากแล้ว นอกจากนี้คนที่ก่อปัญหายังได้รับค่าตอบแทนจากท่านฮูหยินผู้เฒ่าอีก หากมีการก่อกบฏในรัง มันจะเกี่ยวข้องกับเราได้อย่างไร เป็นเรื่องตลกมากเจ้าค่ะ”
“มันไม่มีจุดหมาย องค์หญิงแห่งมณฑลผู้นี้ไม่กลัวการที่เฟิงจินหยวนที่จะเกลียดข้ามากยิ่งขึ้น มันจะทำให้เรื่องราวน่าสนใจมากขึ้น แค่นี้แหละ” นางยักไหล่ “พูดไปแล้วตระกูลเฟิงกำลังโชคร้ายจริง ๆ ! ”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ พวกเขาเห็นรถม้ามาหยุดอยู่ข้างนอกคฤหาสน์ พี่น้องเฉิงออกมาและเดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรวดเร็วขณะที่ทั้งสองเดินเข้ามา พวกเขาเห็นเฟิงหยูเองยืนอยู่ในสนาม จุนม่านรีบวิ่งไปหานางอย่างรวดเร็วและจับแขนเฟิงหยูเองอย่างกระวนกระวายพลางกล่าวว่า “องค์หญิงแห่งมณฑลรีบเข้าไปในพระราชวังเร็วเจ้าค่ะเกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ ! ”