ิก็เริ่มร้องไห้และกรีดร้องอีกครั้ง นางรู้สึกว่ามันน่ารำคาญ และพาบ่าวรับใช้สองคนของนางกลับไปที่สนามหน้าบ้าน
ฮูหยินผู้เฒ่าก็ล่วงลับไปแล้ว และคฤหาสน์ทั้งเฟิงก็แย่ กำลังสร้างห้องโถงไว้ทุกข์มีการเตรียมคำเชิญงานศพ และสวมเสื้อผ้าไว้ทุกข์… เฮ่อจงไปถามเฟิงหยูเอง “คุณหนูรอง ควรส่งคำเชิญงานศพของคฤหาสน์ไปที่ไหนบ้างขอรับ ? ตอนนี้นายท่านเป็นขุนนางขั้นห้า และเขายังคงถูกขังอยู่ในคุก สามารถเชิญขุนนางที่เคยเข้าร่วมกับตระกูลเฟิงมาได้หรือไม่ขอรับ ? ”
เฟิงหยูเองตะโกนอย่างเย็นชา “เราควรดูสถานะของตนเอง ขุนนางขั้นห้าควรทำตัวเหมือนขุนนางขั้นห้า ส่งคำเชิญไปยังตระกูลของผู้ที่มีตำแหน่งเท่ากันหรือต ่ากว่า อย่าส่งคนไปยังตระกูลของขุนนางที่อยู่เหนือขั้นห้า”
เฮ่อจงได้รับคำสั่งนี้และจากไปโดยไม่ลังเล
หวงซวนยิ้มเยาะแล้วกล่าวว่า “คุณหนูรองเพิ่งกลับมาที่เมืองหลวงวันนี้และไม่มีเวลาพักเลย กลับไปที่คฤหาสน์เพื่อพักผ่อนก่อนหรือไม่เจ้าคะ !เมื่อจัดของเสร็จก็จะมีคนไปถามเองเจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองได้แต่ส่ายหน้า “ถ้าข้ากลับไปที่คฤหาสน์เพื่อนอนในเวลาเช่นนี้ ข้าก็จะกลายเป็นคนอกตัญญูทันที” นางสั่งทั้งสอง “ระวังตัวไว้ ในไม่ช้าหมอหลวงและเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพก็จะมาถึง เรายังต้องให้คำแนะนำแก่พวกเขา”
วังซวนติดตามเบาะแสมานานแล้ว นางงุนงงเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะถามเฟิงหยูเอง “คุณหนูคิดว่าการที่ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเสียชีวิตผิดปกติหรือเจ้าคะ ? ”
เฟิ